SQL Server กับ Oracle

SQL Server กับ Oracle



เลือกใช้อะไรดีระหว่าง Ms SQL Server กับ Oracle การเปรียบเทียบลักษณะนี้คงไม่ต่างอะไรกับการเปรียบรถยนต์ Honda Accord กับ BMW 3 serie ซึ่ง แน่นอนว่าต้องแตกต่างกันในเรื่องของราคาและประสิทธิภาพของวัสดุที่ใช้ในการ ผลิต และ ในมุมมองของผู้ใช้งานที่มองว่ารถ BMW นั้นมีความหรูหราด้วยราคาที่แพงกว่ามาก คงเป็นเรื่องแปลกที่เปรียบเทียบโปรแกรมฐานข้อมูลกับรถยนต์ และ ไม่เป็นเรื่องที่แฟร์นักที่จะเปรียบเทียบ โปรแกรมฐานข้อมูลทั้งสองแบบตรงๆ เนื่องจากกลุ่มผู้ใช้งานมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงไม่มีใครเถียงได้ว่าข้อมูลภายในองค์กรมีความสำคัญมาก อาจเปรียบเสมือนได้กับเลือดในร่างกายมนุษย์ที่ต้องวิ่งไปหล่อเลี้ยงอวัยวะ ทุกส่วนในร่างกาย ดังนั้นการที่คุณสามารถเก็บข้อมูลของคุณได้อย่างปลอดภัยหรือสามารถทำให้ ข้อมูลของคุณไหลเวียนในองค์กรของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าคู่แข่งของคุณ คงจะเป็นเรื่องที่ดีมิใช่น้อย ราคา การเปรียบเทียบกันระหว่างโปรแกรมฐานข้อมูลทั้งสองค่ายนี้คงหนีไม่พ้นความแตก ต่างในเรื่องของราคาที่มีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องด้วย โปรแกรม SQL Server ของค่ายไมโครซอฟท์นั้นมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม ผู้ใช้งานในระดับ SMEs แต่ของทางฝ่าย Oracle นั้นเน้นในกลุ่มขององค์กรระดับใหญ่ที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของราคา แต่เน้นในเรื่องของความเสถียร และ ประสิทธิภาพของโปรแกรมเป็นอันดับต้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม Oracle กำลังถูกกดดันในเรื่องของราคา ซึ่งคาดว่าเวอร์ชั่น 10 g ของ oracle อาจจะมีราคาที่ต่ำลงมากว่ารุ่นก่อนๆ ก็เป็นได้ ข้อจำกัดเรื่อง Platform SQL Server มีข้อจำกัดในเรื่องของ ระบบปฏิบัติการณ์ที่ใช้ในการรองรับ เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดย Microsoft จึงทำให้ต้องถูกจำกัดให้ใช้งานอยู่เฉพาะบน ระบบปฏิบัติการณ์ของ Microsoft เท่านั้น แต่ ในส่วนของ Oracle นั้นไม่ยึดติดกับระบบปฏิบัติการณ์ใดๆ จึงทำให้สะดวกในการติดตั้ง สำหรับองค์กรใดที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ของ Microsoft ก็ไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องนี้เพราะสามารถเลือกใช้โปรแกรมฐานข้อมูลตัวใดก็ได้ แต่สำหรับองค์กรที่ใช้งาน Unix หรือ Linux แล้วล่ะก็คงต้องบอกปฏิเสธ SQL Server ได้เลย RAC เทคโนโลยี ด้วยเทคโนโลยี ที่เรียกว่า RAC (Real Application Clusters) ทำให้ Oracle มีความโดดเด่นมากกว่า SQL Server สำหรับระบบที่มีขนาดใหญ่ ที่จำเป็นต้องแบ่งแยก Server ออกเป็นหลายตัว หรือ ต้องนำ Server ไว้หลายๆ แห่ง แต่ต้องทำงานในส่วนของข้อมูลร่วมกัน ซึ่งในภาษาคอมพิวเตอร์ เรียกว่า การทำ Cluster ซึ่ง SQL Server ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในลักษณะนี้ ความเสถียร มีหลายคนพูดว่า SQL Server มีความเสถียรที่ต่ำกว่า Oracle แต่จากผลสำรวจ ผมมีตัวอย่างสถิติการใช้งาน SQL Server จากองค์กรต่างๆ เช่น NASDAQ (ความเสถียรของโปรแกรม SQL Server อยู่ที่ 99.97% ด้วย การใช้งานที่ประมาณวันละ 2 ล้าน transaction ต่อวัน) Barnes and Noble (ความเสถียรอยู่ที่ 99.98% ด้วยการใช้งานที่ประมาณ 5.6 ล้าน คนต่อเดือน) Quote.com (ความเสถียรอยู่ที่ 99.99% ด้วยการใช้งานที่ประมาณวันละ 8.6 ล้าน pageview ต่อวัน) ซึ่งสถิติดังกล่าวนั้นเทียบเท่ากับ ช่วงเวลาที่ SQL Server มีปัญหา หรือ เรียกว่าช่วง Downtime นั้นอยู่ที่ประมาณ 10 นาที ต่อเดือนเท่านั้น ระดับความปลอดภัย เนื่องด้วย SQL Server เป็นของค่าย Microsoft จึงทำให้มีปัญหาในเรื่องของ Security อย่างที่หลายๆ ท่านทราบ Microsoft มักตกเป็นเป้าของ เหล่าบรรดา Hacker แต่ ณ ปัจจุบัน SQL Server 2000 ได้ รับ C2 - Level security certification จากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งหมายถึง มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงสุด เท่าที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งในส่วนของ Oracle ก็มีเหมือนกัน แต่ถ้าคุณต้องการ มาตรฐาน ระดับนี้จากโปรแกรมฐานข้อมูลของ Oracle คุณจะ ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จากข้อมูลข้างต้นก็พอที่จะสรุปได้ว่า SQL Server เป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงสำหรับ SMEs ที่มองในเรื่องของงบประมาณและความต้องการที่จะใช้งานแบบเต็มประสิทธิภาพ เนื่อง จากประสิทธิภาพบางอย่างที่ Oracle มีมากกว่า SQL Server นั้นไม่ได้เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มนี้ และ ในส่วนของความเสถียรของโปรแกรมก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ในการทำธุรกิจ แต่ในส่วนของ Oracle ก็ช่วยในเรื่องของความสบายใจสำหรับ องค์กรที่กระเป๋าหนักเนื่องจาก ประสิทธิภาพ หรือ ความเสถียรมีมาให้แบบเหลือเฟืออยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นองค์ประกอบอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ก็คงเป็นจำนวนของบุคลากรที่มีความสามารถในการใช้งานโปรแกรมทั้งสองตัว ที่ยังมีจำนวนที่แตกต่างกันมากพอสมควร สำหรับ องค์กรที่ใช้งาน SQL Server คงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการหาบุคลากร เท่ากับองค์กรที่ใช้ Oracle ถ้าใครมีประสบการณ์หรือแง่คิดอื่นๆ เกี่ยวกับโปรแกรมทั้งสองตัวนี้ก็ ลองร่วมแบ่งบันกันนะครับ โดย : Cheevagarn J.

 ข้อมูลจาก thaiitjobs.com


ฝากติดตามผลงานด้านล่างด้วยครับ
--------------------------
► Website : http://www.siamfocus.com/
► LINE@ : http://line.me/ti/p/@siamfocus.com
► Facebook : https://www.facebook.com/fanpage.siamfocus
► Twitter : https://twitter.com/siamfocus
► Google+ : https://plus.google.com/+TAAMSiAMFOCUS
► Instagram : https://www.instagram.com/iamtaam
--------------------------









บทความ แนะนำ




หมวดหมู่บทความ