เส้นสีขาวตัดผ่านหมอกเมฆยังไม่จากหาย เพียงแต่จากหายเข้าไปในตัวเมือง “อะไรอีกล่ะนั้น” สายตาต้องสะดุดกับลำแสงเล็กๆสีเพลิงตรงดิ่งจากฟากฟ้า ตัวโก่งนิ่งพยายามเพ่งสายตา มันไม่ชัดเสียเลย แต่ที่รู้แน่ๆว่ามันไม่ใช่เครื่องบิน ขับไล่ มันดูเหมือนวัตถุที่กำลังตกลงเสียมากกว่า สมองนำเหตุการณ์ต่างๆมารวม ตัวผมรู้สึกแกร่งเกินกว่าจะใช้การได้ กล้ามเนื้อบริเวณสันหลังลงไปถึงก้นกบกระตุกอย่างแรง คล้ายนักโทษต้องประหาร วิทยุส่งเสียงหวดดังขึ้นพร้อมกับหลุดลงจากมือสู่พื้น สิ่งเดียวในตอนนี้หันหลังหนีมันแม้นชักร้อยหลา ก็ต้องหนี มันคงต้องลงตรงสักแหล่งในกรุงเทพหรือไม่ก็ออกทางไปใต้กรุงเทพสักไม่กี่กิโลเมตร วินาทีนั้นสปอร์ของดอกเห็ดคงสัมผัสกับอูณภูมิ ความร้อนและพื้นดินที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต ดูดซับมวลสารและมวลวัตถุ สิ่งมีชีวิต สักร้อยกิโลเมตร เสียง-เสียงเล็กแหลมยาวนาน แสงสว่างเกินลืมตา ลมถูกกระชาก ในเวลาอันสั้น ผมไม่สามารถควบคุมจิตใจต่อความอยากเห็น นาทีแหล่งประวัติศาสตร์ชาติ เราถูกคุกคาม ศักยะภาพที่อ่อนแอ ดอกเห็ดเท่าผลส้ม งดงามในความร้ายกาจ “ผมเห็น ผมเห็นมัน.” โครม! ราวสะพานข้ามคลอง ตกลงไปในน้ำ ดำดึงสู่ท้องน้ำ เสียงคลื่นกระพึม ไฟสว่างจ้า รถยนต์คันหนึ่งฟุ้งลงมาห่างไม่ถึงเมตร สะพานหักครึ่งลงมา ตัวผมถูกน้ำกระแทกไปโดนรถคันนั้น อากาศเริ่มหมดลงแล้ว ปอดรีดอากาศเท่าที่มีไปเลี้ยงสมอง เพื่อกระโจนตัวเองบนสู่ผิวน้ำ ปากงับอากาศเท่าที่จึงทำได้ลงไป ในน้ำนั้นอีกครั้งเพื่อช่วยคนในรถ ประตูถูกล็อกข้างใน “เปิดไม่ได้” ผมทำไม่ได้ อากาศอีกครั้งต้องการอากาศ ผมพยายาม แต่มันติดอยู่ ผมวนไปอีกด้าน ผมเห็นคนกำลังตายแต่ช่วยอะไรไม่ได้ ที่มากไปกว่านั้นเธอเป็นผู้หญิง เธอจ้องหน้าผมผ่านกระจกในน้ำแหล่งนี้ ที่สุดท้ายของเธอ มือของเธอตระกายกระจกตรงหน้าผม ผมชี้บอกในว่ามันล็อกแต่คงไม่เป็นผล เธอคงขาดสติไปแล้ว มือนั้นต่ำลงไป ยังจุดปลายนิ้วชี้ของผมพอดีกับผมกระชากเธอออกมา ก่อนที่ผมและเธอจะขาดใจตายตรงนั้น อ่านต่อตอน4