สอนทำเว็บตัวต่อตัว เรียนออนไลน์ เลือกหลักสูตรและเวลาเรียนได้
เรียนกับเจ้าของ SIAMFOCUS โดยตรงแบบตัวต่อตัว ไม่ต้องเดินทางมาเรียนที่ออฟฟิศ เรียนจากบ้านหรือที่ทำงานได้ ผ่าน Zoom หรือ Google Meet โดยเน้นการลงมือทำจริงและปรับเนื้อหาให้เหมาะกับสิ่งที่ผู้เรียนต้องการ
เรียนครั้งละ 3 ชั่วโมง = 3,000 บาท เลือกวันและเวลาได้ ไม่ใช่คอร์สอัดวิดีโอ แต่เป็น Private Tutor
สอนทำเว็บตัวต่อตัว เลือกเวลาเรียนได้ดังนี้
ทำไมต้องเรียนออนไลน์ แบบตัวต่อตัว?
เรียนที่บ้านหรือที่ทำงาน เลือกเวลาได้
เรียนแบบตัวต่อตัว ไม่ใช่เรียนรวมกลุ่ม
เลือกวันและเวลาเรียนได้
เรียนครั้งละ 3 ชั่วโมง
เน้นลงมือทำจริงกับเว็บไซต์และงานของคุณ
ไม่มีพื้นฐานก็เริ่มเรียนได้
🔥 ทักแชทตอนนี้ รับคำปรึกษาฟรี!
หลักสูตร สอนทำเว็บตัวต่อตัว
ไม่มีพื้นฐานก็เรียนได้ โดยเลือกหลักสูตรที่เหมาะสมกับที่ต้องการ ดังนี้
หลักสูตร HTML
หลักสูตร HTML เหมาะสำหรับบุคคลหลากหลายกลุ่มที่มีความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์หรือการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้:
1. ผู้เริ่มต้นที่ไม่มีพื้นฐาน
ผู้ที่สนใจเริ่มต้นเรียนรู้การพัฒนาเว็บไซต์
คนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมหรือการออกแบบเว็บไซต์มาก่อน
2. นักเรียนและนักศึกษา
ผู้ที่กำลังเรียนสาขาที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือการออกแบบเว็บไซต์
ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะการเขียนโค้ดเพื่อใช้ในโปรเจ็กต์ต่าง ๆ
3. นักพัฒนาเว็บมือใหม่
ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านการสร้างโครงสร้างเว็บไซต์
ผู้ที่ต้องการเข้าใจวิธีทำงานของ HTML ก่อนที่จะต่อยอดไปยัง CSS, JavaScript หรือ Framework ต่าง ๆ
4. นักออกแบบเว็บไซต์ (Web Designers)
ผู้ที่ต้องการปรับปรุงทักษะเพื่อสามารถเขียนโค้ด HTML เบื้องต้นได้
ผู้ที่ต้องการเข้าใจการทำงานของเว็บไซต์เพื่อทำงานร่วมกับนักพัฒนาได้ดีขึ้น
5. ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ
ผู้ที่ต้องการพัฒนาเว็บไซต์พื้นฐานสำหรับธุรกิจของตนเอง
ผู้ที่ต้องการแก้ไขและปรับปรุงเนื้อหาเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง
6. ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ
บุคคลที่สนใจเข้าสู่วงการพัฒนาเว็บและต้องการเรียนรู้พื้นฐานก่อนพัฒนาไปสู่การเขียนโปรแกรมขั้นสูง
ทำไม HTML จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี?
HTML เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายและมีโครงสร้างที่ชัดเจน
เป็นพื้นฐานของการพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญก่อนการเรียนรู้ CSS และ JavaScript
ใช้ได้จริงในโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ทั้งส่วนตัวและงานในองค์กร
หากคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งข้างต้น หรือสนใจสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง HTML คือจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม!
ดูรายละเอียด หลักสูตร เรียน HTML ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตร SEO
หลักสูตร SEO (Search Engine Optimization) เหมาะสำหรับบุคคลและกลุ่มเป้าหมายหลากหลายที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลบนเครื่องมือค้นหา เช่น Google และสร้างการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในโลกออนไลน์ โดยเหมาะสำหรับกลุ่มต่อไปนี้:
1. ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ
ผู้ที่ต้องการเพิ่มยอดขายและการเข้าชมเว็บไซต์
ผู้ที่ต้องการพัฒนาเว็บไซต์ธุรกิจให้ติดอันดับต้น ๆ บน Google
ผู้ที่อยากลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาผ่านการเพิ่มการเข้าชมแบบธรรมชาติ (Organic Traffic)
2. นักการตลาดดิจิทัล (Digital Marketers)
ผู้ที่ต้องการเสริมความรู้ด้าน SEO เพื่อวางกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์
ผู้ที่ต้องการใช้ SEO ในการผสมผสานกับแคมเปญโฆษณาและ Content Marketing
3. นักเขียนหรือบล็อกเกอร์ (Bloggers & Content Creators)
ผู้ที่ต้องการเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือบล็อก
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธีเขียนเนื้อหาให้เหมาะสมกับ SEO
4. นักพัฒนาเว็บไซต์ (Web Developers)
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมิตรต่อ SEO
ผู้ที่ต้องการแก้ไขโครงสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะสมสำหรับเครื่องมือค้นหา
5. ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพหรือเพิ่มทักษะใหม่
ผู้ที่สนใจเข้าสู่วงการการตลาดดิจิทัลและต้องการเรียนรู้ทักษะ SEO เพื่อเพิ่มโอกาสทางอาชีพ
ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสายงานในตำแหน่ง SEO Specialist
6. นักเรียนและนักศึกษา
ผู้ที่เรียนสาขาการตลาด เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสื่อดิจิทัล
ผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับทำงานในอุตสาหกรรมดิจิทัล
ทำไมต้องเรียน SEO?
ช่วยเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ (Visibility) และเพิ่มจำนวนผู้เข้าชม
ลดต้นทุนการตลาดออนไลน์ระยะยาว
เป็นทักษะสำคัญในโลกดิจิทัลที่มีความต้องการสูงในตลาดแรง
ดูรายละเอียด หลักสูตร เรียน SEO ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตรทำเว็บไซต์ด้วย WordPress
หลักสูตรทำเว็บไซต์ด้วย WordPress เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างและจัดการเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้การเขียนโค้ดมาก่อน เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายต่อไปนี้:
1. ผู้เริ่มต้นที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรม
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์แบบง่ายและไม่ซับซ้อน
ผู้ที่ไม่มีทักษะทางเทคนิคมาก่อนและต้องการใช้งานเครื่องมือที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้
2. เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจของตนเอง เช่น ร้านค้าออนไลน์, เว็บไซต์บริษัท หรือเว็บไซต์บริการ
ผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการจ้างนักพัฒนาเว็บไซต์
3. ฟรีแลนซ์และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
นักออกแบบเว็บไซต์หรือนักพัฒนาที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ที่ต้องการเพิ่มบริการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ให้กับลูกค้า
4. นักการตลาดและผู้ดูแลโซเชียลมีเดีย
ผู้ที่ต้องการสร้าง Landing Page หรือ Blog เพื่อสนับสนุนการตลาดออนไลน์
ผู้ที่ต้องการปรับปรุงเว็บไซต์สำหรับการแสดงผล SEO และโฆษณา
5. บล็อกเกอร์และนักสร้างคอนเทนต์
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ Blog หรือ Portfolio ของตนเอง
ผู้ที่ต้องการจัดการเนื้อหาได้ง่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอ
6. นักเรียนและนักศึกษา
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การสร้างเว็บไซต์เพื่อโปรเจกต์การเรียน
ผู้ที่สนใจเรียนรู้การสร้างเว็บไซต์เพื่อต่อยอดความรู้ในอนาคต
7. ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ
ผู้ที่ต้องการเข้าสู่สายงานพัฒนาเว็บไซต์หรือการตลาดออนไลน์
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ WordPress เพื่อเริ่มต้นสายอาชีพใหม่ เช่น WordPress Developer หรือ Website Manager
ทำไม WordPress ถึงเหมาะสำหรับทุกคน?
ใช้งานง่าย: มีเครื่องมือสำเร็จรูปมากมายและการตั้งค่าที่ไม่ซับซ้อน
ปรับแต่งได้หลากหลาย: มีปลั๊กอินและธีมให้เลือกใช้ตามความต้องการ
ต้นทุนต่ำ: สามารถสร้างเว็บไซต์แบบมืออาชีพได้โดยไม่ต้องลงทุนมาก
รองรับการขยายตัว: ใช้ได้กับเว็บไซต์ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ เช่น อีคอมเมิร์ซ
หากคุณกำลังมองหาวิธีสร้างเว็บไซต์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ WordPress คือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด!
ดูรายละเอียด หลักสูตร เรียน WordPress ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตรการลงโฆษณาผ่าน Facebook Ads
Facebook Ads เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ทรงพลังสำหรับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการโปรโมทสินค้าและบริการ หรือสร้างแบรนด์ในโลกออนไลน์ เหมาะสำหรับกลุ่มต่อไปนี้:
1. เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ
ผู้ที่ต้องการเพิ่มยอดขายและการรับรู้แบรนด์
ผู้ที่มีสินค้าและบริการที่ต้องการโปรโมทสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
ผู้ที่ต้องการลดต้นทุนการโฆษณาและเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)
2. นักการตลาดออนไลน์ (Digital Marketers)
ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการวางแผนและบริหารแคมเปญโฆษณา
ผู้ที่ต้องการเจาะลึกเทคนิคการวิเคราะห์ผลลัพธ์โฆษณาและปรับปรุงแคมเปญ
3. ผู้ดูแลเพจ Facebook หรือโซเชียลมีเดีย
แอดมินเพจที่ต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) และการเข้าถึง (Reach)
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธีสร้างโฆษณาแบบมืออาชีพเพื่อดึงดูดลูกค้า
4. ฟรีแลนซ์และนักรับจ้างทำโฆษณา
ผู้ที่ต้องการให้บริการบริหารโฆษณา Facebook Ads สำหรับลูกค้า
ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพใหม่ในสายงานการตลาดดิจิทัล
5. ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ
ผู้ที่สนใจเข้าสู่วงการการตลาดออนไลน์และต้องการเริ่มต้นด้วยเครื่องมือยอดนิยม
ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะใหม่เพื่อสร้างรายได้จากการจัดการโฆษณา
6. นักเรียนและนักศึกษา
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การลงโฆษณาเพื่อโปรโมทโปรเจกต์หรืองานของตนเอง
ผู้ที่สนใจเรียนรู้การตลาดออนไลน์ในเชิงปฏิบัติ
จุดเด่นของ Facebook Ads
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด: ด้วยการกำหนดอายุ เพศ ที่อยู่ ความสนใจ และพฤติกรรมของผู้ใช้
ใช้งบประมาณได้อย่างยืดหยุ่น: เริ่มต้นลงโฆษณาได้แม้มีงบจำกัด
วัดผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน: มีเครื่องมือวิเคราะห์ (Facebook Ads Manager) ช่วยให้ปรับปรุงแคมเปญได้ทันที
รองรับทุกธุรกิจ: ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าเล็ก ธุรกิจขนาดกลาง หรือบริษัทใหญ่
ทำไมควรเรียนหลักสูตร Facebook Ads?
เพื่อเรียนรู้เทคนิคการตั้งค่าโฆษณาอย่างถูกต้องและสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล
เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการต่อยอดความรู้ในการทำโฆษณา
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมีประสบการณ์แล้ว Facebook Ads คือเครื่องมือที่คุณควรรู้จักและใช้อย่างเชี่ยวชาญ!
ดูรายละเอียด หลักสูตร การลงโฆษณาด้วย Facebook ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตรการลงโฆษณาผ่าน Google Adwords
Google Ads เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก เหมาะสำหรับการโปรโมตธุรกิจ สร้างแบรนด์ และเพิ่มยอดขาย หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลต่อไปนี้:
1. เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ
ผู้ที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าผ่านการค้นหาใน Google
ผู้ที่ต้องการเพิ่มยอดขายและสร้างแบรนด์ในโลกออนไลน์
ผู้ที่ต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการ
2. นักการตลาดออนไลน์ (Digital Marketers)
ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะด้านการวางแผนและจัดการแคมเปญโฆษณา
ผู้ที่ต้องการใช้ Google Ads ร่วมกับเครื่องมือการตลาดออนไลน์อื่น ๆ
3. ผู้ดูแลเว็บไซต์ (Web Admins)
ผู้ที่ต้องการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Website Traffic)
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การทำโฆษณาเพื่อปรับปรุง Conversion Rate บนเว็บไซต์
4. ฟรีแลนซ์และนักโฆษณา
ผู้ที่ต้องการรับงานบริหารและจัดการโฆษณาให้กับลูกค้า
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธีเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณาเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุด
5. นักพัฒนาเว็บไซต์และ Web Developers
ผู้ที่ต้องการเข้าใจการทำงานของ Google Ads เพื่อเพิ่มความสามารถของเว็บไซต์
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการติดตั้ง Conversion Tracking และการวิเคราะห์ผล
6. ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ
บุคคลที่สนใจเข้าสู่สายงานโฆษณาออนไลน์หรือการตลาดดิจิทัล
ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพและเริ่มต้นงานใหม่ในตำแหน่ง Google Ads Specialist
7. นักเรียนและนักศึกษา
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์และโฆษณา
ผู้ที่สนใจฝึกทักษะใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในอนาคต
จุดเด่นของ Google Ads
เข้าถึงลูกค้าขณะที่พวกเขากำลังค้นหา: โฆษณาปรากฏบนหน้าแรกของ Google Search เมื่อมีการค้นหาคำที่เกี่ยวข้อง
เลือกกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย: เช่น คำค้นหา (Keywords), ที่อยู่, เวลา, อุปกรณ์
วัดผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ: ด้วยเครื่องมือ Analytics และ Conversion Tracking
รองรับธุรกิจทุกประเภท: เหมาะสำหรับทั้งธุรกิจขนาดเล็กและองค์กรขนาดใหญ่
ทำไมควรเรียนหลักสูตร Google Ads?
เรียนรู้การตั้งค่าแคมเปญโฆษณาอย่างมืออาชีพ
เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนด้านโฆษณาและลดค่าใช้จ่าย
สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจในยุคดิจิทัล
เหมาะสำหรับทุกระดับตั้งแต่มือใหม่จนถึงผู้มีประสบการณ์
Google Ads คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยคุณสร้างความได้เปรียบในตลาดออนไลน์และทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน!
ดูรายละเอียด หลักสูตร การลงโฆษณาด้วย Google ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตรการทำเว็บไซต์ด้วย Responsive Design
การเรียนรู้การออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับทุกอุปกรณ์ (Responsive Design) ด้วย Bootstrap เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ที่สวยงาม ใช้งานง่าย และปรับขนาดหน้าจอได้อัตโนมัติตามอุปกรณ์ เช่น มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ เหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้:
1. นักพัฒนาเว็บไซต์ (Web Developers)
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ที่รองรับทุกขนาดหน้าจอ
ผู้ที่ต้องการใช้ Bootstrap เพื่อเร่งความเร็วในการพัฒนาเว็บไซต์
ผู้ที่ต้องการสร้างโครงสร้างและเลย์เอาต์เว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพ
2. นักออกแบบเว็บไซต์ (Web Designers)
ผู้ที่ต้องการสร้างดีไซน์เว็บไซต์ที่สวยงามและเข้ากับเทรนด์สมัยใหม่
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การออกแบบเว็บไซต์ที่เน้น User Experience (UX)
3. นักเรียนและนักศึกษา
ผู้ที่กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์
ผู้ที่ต้องการนำทักษะการทำเว็บไซต์ไปใช้ในโปรเจกต์การศึกษา
4. ฟรีแลนซ์และผู้ทำงานอิสระ
นักพัฒนาเว็บไซต์ที่ต้องการเพิ่มบริการทำเว็บไซต์ Responsive Design ให้ลูกค้า
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เครื่องมือที่ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
5. เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ดูดีบนทุกอุปกรณ์
ผู้ที่ต้องการแก้ไขหรือปรับปรุงเว็บไซต์ของตัวเองให้รองรับการแสดงผล Responsive Design
6. ผู้เริ่มต้นในสายงานพัฒนาเว็บไซต์
ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานหรือมีประสบการณ์เล็กน้อยเกี่ยวกับการเขียนโค้ด HTML, CSS
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ Bootstrap เพื่อเริ่มต้นทำเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น
ทำไมควรเรียน Responsive Design + Bootstrap?
รองรับการใช้งานหลากหลายอุปกรณ์: ออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ทั้งบนมือถือ แท็บเล็ต และเดสก์ท็อป
ประหยัดเวลา: Bootstrap ช่วยลดเวลาในการเขียนโค้ดด้วยคลาสสำเร็จรูปที่พร้อมใช้งาน
ดีไซน์สวยงามและทันสมัย: มีธีมและส่วนประกอบที่ออกแบบมาให้ดูเป็นมืออาชีพ
เหมาะกับ SEO: เว็บไซต์ที่รองรับทุกอุปกรณ์จะได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่าใน Google
ปรับแต่งง่าย: สามารถปรับแต่งธีมและส่วนต่าง ๆ ของ Bootstrap ได้ตามความต้องการ
ตัวอย่างสิ่งที่คุณจะได้เรียนในหลักสูตรนี้
การสร้างเลย์เอาต์เว็บไซต์ด้วย Grid System ของ Bootstrap
การออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการใช้งานทุกหน้าจอ
การใช้ Components เช่น Navbar, Buttons, Forms และ Modals
การเพิ่มฟีเจอร์อินเตอร์แอคทีฟโดยรวม Bootstrap กับ JavaScript
การทำ Customization ให้ Bootstrap สอดคล้องกับดีไซน์เฉพาะตัว
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ที่ทันสมัยและใช้งานได้ดีบนทุกอุปกรณ์อย่างง่ายดาย!
ดูรายละเอียด หลักสูตรการทำเว็บไซต์ด้วย Responsive Design + Bootstrap ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตรการทำเว็บไซต์ด้วย PHP + MySQL
การเรียนรู้การพัฒนาเว็บไซต์ด้วย PHP และ MySQL ช่วยให้คุณสามารถสร้างเว็บไซต์แบบไดนามิกที่มีระบบจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ระบบจัดการสมาชิก ร้านค้าออนไลน์ หรือระบบหลังบ้าน (Backend System) เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายต่อไปนี้:
1. นักพัฒนาเว็บไซต์ (Web Developers)
ผู้ที่ต้องการพัฒนาเว็บไซต์แบบไดนามิกที่สามารถจัดการข้อมูลได้
ผู้ที่ต้องการสร้างระบบหลังบ้าน เช่น ระบบสมาชิก, ระบบจัดการสินค้า, หรือระบบจัดการเนื้อหา (CMS)
ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะด้านการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน
2. นักเรียนและนักศึกษา
ผู้ที่กำลังศึกษาในสาขาคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้ที่ต้องการพัฒนาโปรเจกต์สำหรับการเรียน เช่น ระบบการจอง ระบบร้านค้า หรือเว็บไซต์ข้อมูล
3. ฟรีแลนซ์และผู้รับจ้างทำเว็บไซต์
ผู้ที่ต้องการพัฒนาเว็บไซต์ให้ลูกค้าด้วยฟีเจอร์ที่ซับซ้อนและรองรับการจัดการข้อมูล
ผู้ที่ต้องการเพิ่มบริการสร้างเว็บไซต์แบบไดนามิกในพอร์ตโฟลิโอ
4. เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการ
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจที่สามารถจัดการข้อมูล เช่น ร้านค้าออนไลน์หรือระบบจองบริการ
ผู้ที่ต้องการสร้างระบบจัดการข้อมูลภายในองค์กร เช่น ระบบรายงานหรือระบบคลังสินค้า
5. ผู้เริ่มต้นที่สนใจเรียนรู้การพัฒนาเว็บไซต์
ผู้ที่มีพื้นฐาน HTML, CSS, และ JavaScript และต้องการต่อยอดความรู้เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ที่ซับซ้อนขึ้น
ผู้ที่สนใจสร้างเว็บไซต์ด้วยภาษา PHP และระบบฐานข้อมูล MySQL
6. นักพัฒนาแอปพลิเคชัน
ผู้ที่ต้องการสร้าง Backend API เพื่อเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน
ผู้ที่ต้องการออกแบบและจัดการฐานข้อมูลที่มีโครงสร้างซับซ้อน
ทำไมต้องเรียน PHP + MySQL?
ภาษา PHP ใช้งานง่าย: เป็นหนึ่งในภาษาที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นพัฒนาเว็บไซต์แบบไดนามิก
ฐานข้อมูล MySQL ทรงพลัง: ใช้ในการจัดเก็บและจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองรับระบบขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่: ใช้ได้ตั้งแต่เว็บไซต์ส่วนตัวไปจนถึงเว็บไซต์ธุรกิจขนาดใหญ่
ต้นทุนต่ำ: PHP และ MySQL เป็นเครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่สามารถใช้งานได้ฟรี
ความยืดหยุ่นสูง: รองรับการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีและ Framework ต่าง ๆ
หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้การพัฒนาเว็บไซต์ไดนามิก และผู้ที่มีประสบการณ์พัฒนาเว็บไซต์อยู่แล้วแต่ต้องการเพิ่มทักษะในการจัดการข้อมูลและสร้างระบบซับซ้อนขึ้น!
ดูรายละเอียด หลักสูตรการทำเว็บไซต PHP + MySQL ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตรการใช้งาน LINE OA (Line Official Account)
LINE Official Account (LINE OA) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านแอปพลิเคชัน LINE ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมในประเทศไทย หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับกลุ่มบุคคลและธุรกิจต่อไปนี้:
1. เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ
ผู้ที่ต้องการใช้ LINE OA เพื่อสื่อสารและส่งโปรโมชั่นถึงลูกค้า
ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ที่ต้องการช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขาย
ร้านค้าออฟไลน์ที่ต้องการเพิ่มความสะดวกในการติดต่อกับลูกค้าผ่านออนไลน์
2. นักการตลาดและทีมงานด้านการตลาดออนไลน์
ผู้ที่ต้องการสร้างกลยุทธ์การสื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมายผ่าน LINE OA
ผู้ที่ต้องการวางแผนการส่งข้อความ Broadcast, Rich Menu หรือ Rich Message ให้มีประสิทธิภาพ
นักการตลาดที่ต้องการใช้ LINE OA ในการสร้างแคมเปญการตลาด
3. ฟรีแลนซ์และนักให้คำปรึกษาด้านการตลาด
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การใช้งาน LINE OA เพื่อนำไปเสนอบริการให้กับลูกค้า
ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะใหม่ ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบในสายงาน
4. องค์กรและทีมงานฝ่ายบริการลูกค้า
ธุรกิจที่ต้องการใช้ LINE OA เพื่อปรับปรุงการให้บริการลูกค้า เช่น การตอบคำถาม, การติดตามออเดอร์
ธุรกิจที่ต้องการใช้ Chat Automation เพื่อลดภาระงานของพนักงาน
5. ผู้ดูแลเพจหรือโซเชียลมีเดียของธุรกิจ
แอดมินเพจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับลูกค้าผ่าน LINE OA
ผู้ที่ดูแลการตอบคำถามและให้บริการลูกค้าในช่องทางออนไลน์
6. นักเรียนและนักศึกษา
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การใช้งาน LINE OA เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในสายการตลาดออนไลน์
ผู้ที่สนใจเรียนรู้เครื่องมือที่ธุรกิจจริงใช้งาน
จุดเด่นของ LINE OA
การเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย: LINE เป็นแอปยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากในประเทศไทย
ฟีเจอร์หลากหลาย: เช่น Broadcast, Rich Menu, ระบบคูปอง, ระบบบัตรสะสมแต้ม
สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า: ส่งข้อความส่วนตัวหรือใช้ Chatbot เพื่อให้บริการแบบอัตโนมัติ
รองรับธุรกิจทุกประเภท: เหมาะสำหรับทั้งธุรกิจขนาดเล็กและองค์กรขนาดใหญ่
สิ่งที่คุณจะได้เรียนในหลักสูตรนี้
การสร้างและตั้งค่า LINE Official Account
การใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Broadcast, Rich Menu, และ Chatbot
การออกแบบข้อความและเนื้อหาที่ดึงดูดใจลูกค้า
การวิเคราะห์ผลลัพธ์จากการใช้งาน LINE OA
เทคนิคการสร้างแคมเปญการตลาดด้วย LINE OA
ทำไมควรเรียน LINE OA?
เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย
เรียนรู้การสื่อสารกับลูกค้าอย่างมืออาชีพ
ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ
LINE OA คือเครื่องมือที่ทุกธุรกิจควรเรียนรู้เพื่อสร้างความได้เปรียบในยุคดิจิทัล!
ดูรายละเอียด หลักสูตรการใช้งาน LINE OA (Line Official Account) ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตรการทำเว็บไซต์ AI ด้วย ChatGPT
ปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์ด้วย AI ทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น เพียงคุณรู้จักใช้คำสั่ง (Prompt) และสื่อสารกับ AI ได้อย่างถูกต้อง ก็สามารถสร้างเว็บไซต์พร้อมใช้งานได้ภายในไม่กี่นาที
สำหรับผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการมีเว็บไซต์เพื่อแนะนำสินค้า บริการ หรือข้อมูลธุรกิจ การใช้ AI ช่วยสร้างเว็บไซต์ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมมากนัก
เมื่อมีข้อมูลที่ต้องการเปลี่ยนแปลง เช่น ข้อความ รูปภาพ รายละเอียดสินค้า หรือบริการ คุณสามารถสั่งให้ AI ช่วยแก้ไขและปรับปรุงเว็บไซต์ได้ตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ใหม่ทุกครั้ง
แล้วการสร้างเว็บไซต์ด้วย AI เหมาะสำหรับใคร?
1. เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ
ผู้ที่ต้องการมีเว็บไซต์เพื่อแนะนำธุรกิจ สินค้า และบริการ
ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ที่ต้องการเริ่มต้นทำตลาดออนไลน์
เจ้าของร้านค้าและธุรกิจที่ต้องการมีเว็บไซต์โดยไม่ต้องเริ่มจากการเขียนโปรแกรมเอง
2. นักการตลาดและผู้ที่ทำการตลาดออนไลน์
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์หรือ Landing Page เพื่อใช้ในแคมเปญการตลาด
ผู้ที่ต้องการใช้ AI ช่วยเขียนเนื้อหา ออกแบบโครงสร้าง และปรับปรุงเว็บไซต์
นักการตลาดที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ได้รวดเร็ว เพื่อรองรับการทำ SEO และการโฆษณาออนไลน์
3. ฟรีแลนซ์และผู้ให้บริการด้านการตลาด
ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะด้านการสร้างเว็บไซต์ด้วย AI เพื่อนำไปต่อยอดในการทำงาน
ฟรีแลนซ์ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ให้ลูกค้าได้รวดเร็วและลดเวลาในการทำงาน
ผู้ที่ต้องการเพิ่มบริการด้านเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ให้กับลูกค้า
4. เจ้าของเว็บไซต์และผู้ดูแลธุรกิจออนไลน์
ผู้ที่ต้องการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลบนเว็บไซต์ด้วยตัวเอง
ผู้ที่ต้องการใช้ AI ช่วยสร้างเนื้อหา เพิ่มหน้าเว็บไซต์ หรือปรับโครงสร้างเว็บไซต์
ผู้ที่ต้องการลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดูแลเว็บไซต์ในระยะยาว
5. ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นทำเว็บไซต์
ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรม แต่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ ร้านค้า บริการ หรือ Portfolio
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธีสั่งงาน AI เพื่อช่วยสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง
6. นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะ
ผู้ที่สนใจเทคโนโลยี AI และการสร้างเว็บไซต์ยุคใหม่
ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานหรือประกอบอาชีพได้
ผู้ที่ต้องการนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์
จุดเด่นของการสร้างเว็บไซต์ด้วย AI
สร้างเว็บไซต์ได้รวดเร็ว: AI สามารถช่วยวางโครงสร้างและสร้างเนื้อหาเว็บไซต์ได้ภายในเวลาไม่นาน
ลดความซับซ้อน: ผู้เริ่มต้นสามารถใช้ AI ช่วยสร้างเว็บไซต์ได้ แม้ไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน
แก้ไขได้ง่าย: สามารถสั่ง AI ให้ช่วยแก้ไขข้อความ รูปภาพ โครงสร้าง หรือรายละเอียดต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้
ประหยัดเวลา: ลดเวลาในการทำงานหลายขั้นตอน และช่วยให้สามารถสร้างเว็บไซต์ต้นแบบได้อย่างรวดเร็ว
ต่อยอดได้หลากหลาย: สามารถนำ AI มาช่วยทำ SEO เขียนบทความ สร้าง Landing Page และพัฒนาเว็บไซต์ต่อได้
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากการสร้างเว็บไซต์ด้วย AI
การวางโครงสร้างเว็บไซต์ก่อนเริ่มสร้าง
การเขียน Prompt เพื่อสั่งงาน AI ให้สร้างเว็บไซต์ได้ตรงตามต้องการ
การใช้ AI ช่วยสร้างและปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์
การใช้ AI ช่วยออกแบบโครงสร้างหน้าเว็บไซต์และ Landing Page
การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับมือถือและอุปกรณ์ต่าง ๆ
การใช้ AI ช่วยทำ SEO และสร้างเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์
เทคนิคการตรวจสอบและแก้ไขเว็บไซต์ที่สร้างด้วย AI
ทำไมควรเรียนรู้การสร้างเว็บไซต์ด้วย AI?
ช่วยให้คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น
ลดเวลาในการสร้างและแก้ไขเว็บไซต์
ลดการพึ่งพาการเขียนโปรแกรมในงานที่ไม่ซับซ้อน
สามารถนำ AI มาช่วยทำงานด้านเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพิ่มทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจหรือสร้างรายได้
AI ไม่ได้ทำให้การสร้างเว็บไซต์หายไป แต่กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราสร้างเว็บไซต์
คนที่รู้จักใช้ AI อย่างถูกวิธี จะสามารถสร้างงานได้เร็วขึ้น ทดลองไอเดียได้มากขึ้น และปรับเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น
ดูรายละเอียด หลักสูตรการทำเว็บไซต์ AI ด้วย ChatGPT ตัวต่อตัว ที่นี่ครับ
หลักสูตร เรียน HTML ตัวต่อตัว
1. บทนำสู่ HTML
- HTML คืออะไร?
- ความสำคัญและการทำงานของ HTML
- โครงสร้างพื้นฐานของไฟล์ HTML
- การใช้โปรแกรมแก้ไขโค้ด (เช่น VS Code, Sublime Text)
- วิธีการรันไฟล์ HTML บนเว็บเบราว์เซอร์
2. โครงสร้างพื้นฐานของ HTML
- Elements และ Tags
- Attributes ของ HTML
- การใช้ Headings (
<h1>-<h6>) - การสร้างย่อหน้า (
<p>) และการจัดรูปแบบข้อความ - การใช้ List (Ordered, Unordered, และ Description Lists)
- การสร้าง Links (
<a>) - การใช้ Images (
<img>)
3. การจัดรูปแบบข้อความและเนื้อหา
- การใช้ Bold (
<b>), Italic (<i>), Underline (<u>) - การใช้ Strong (
<strong>) และ Emphasis (<em>) - การใช้ Break (
<br>) และ Horizontal Line (<hr>) - การใช้ Span และ Div สำหรับการจัดกลุ่มเนื้อหา
4. การทำงานกับตาราง (Tables)
- การสร้าง Table (
<table>) - การใช้แถว (
<tr>) และคอลัมน์ (<td>) - การกำหนดหัวตาราง (
<th>) - การใช้ rowspan และ colspan
5. การสร้างฟอร์ม (Forms) และการรับข้อมูลจากผู้ใช้
- การใช้
<form>และ Attributes ที่สำคัญ - การใช้ Input Types (text, email, password, radio, checkbox, file, date, number เป็นต้น)
- การใช้ป้ายกำกับ (
<label>) และปุ่ม (<button>) - การใช้
<select>,<option>,<textarea>
6. การใช้ Multimedia ใน HTML
- การเพิ่มรูปภาพ (
<img>), เสียง (<audio>), และวิดีโอ (<video>) - การใช้
<iframe>สำหรับฝังวิดีโอ YouTube หรือเว็บไซต์อื่นๆ
7. HTML5 และ Elements ใหม่ๆ
- การใช้ Semantic Elements (
<header>,<nav>,<section>,<article>เป็นต้น) - การใช้
<canvas>และ<svg>สำหรับกราฟิก
8. การทำให้ HTML มีปฏิสัมพันธ์กับ CSS และ JavaScript
- วิธีเชื่อมต่อ HTML กับ CSS (
<link>และ<style>) - วิธีเชื่อมต่อ HTML กับ JavaScript (
<script>)
9. การสร้างเว็บไซต์แบบ Responsive Design ด้วย HTML และ CSS
- การใช้ Meta Viewport (
<meta name="viewport">) - การใช้ Flexbox และ Grid Layout
10. การทดสอบและปรับแต่งเว็บไซต์ HTML
- การตรวจสอบโค้ด HTML ด้วย W3C Validator
- การใช้ Developer Tools ในเว็บเบราว์เซอร์
11. การ Deploy เว็บไซต์ HTML ขึ้นอินเทอร์เน็ต
- การใช้ Git และ GitHub Pages
- การใช้ FTP หรือ Hosting ฟรี เช่น Netlify, Vercel
หลักสูตร เรียน SEO ตัวต่อตัว
1. พื้นฐานของ SEO
- SEO คืออะไร?
- ความสำคัญของ SEO ต่อธุรกิจและเว็บไซต์
- วิธีการทำงานของ Search Engines (Google , Bing, Yahoo)
- ความแตกต่างระหว่าง SEO On-Page, Off-Page และ Technical SEO
- SEO vs. SEM (Search Engine Marketing)
2. การวิจัยคีย์เวิร์ด (Keyword Research)
- คีย์เวิร์ดคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
- ประเภทของคีย์เวิร์ด (Short-tail, Long-tail, LSI)
- วิธีค้นหาและเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม
- เครื่องมือช่วยในการวิจัยคีย์เวิร์ด (Google Keyword Planner, Ahrefs, SEMrush, Ubersuggest)
- การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดของคู่แข่ง
3. On-Page SEO (การปรับแต่ง SEO บนหน้าเว็บ)
- การปรับแต่ง Title Tag และ Meta Description
- การใช้ Heading Tags (H1, h4, H3... H6) ให้ถูกต้อง
- การใช้คีย์เวิร์ดอย่างเหมาะสม (Keyword Placement)
- การปรับโครงสร้าง URL ให้เป็นมิตรกับ SEO
- การใช้ Internal Links และ External Links
4. Technical SEO (SEO เชิงเทคนิค)
- ความเร็วของเว็บไซต์ (Page Speed Optimization)
- การทำ Mobile-Friendly และ Responsive Design
- การใช้ SSL (HTTPS) และความปลอดภัยของเว็บไซต์
- การปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ (XML Sitemap, Robots.txt)
- การตั้งค่า Redirects (301, 302) และการแก้ไข Broken Links
5. Off-Page SEO (SEO นอกหน้าเว็บ)
- ความสำคัญของ Backlinks และ Link Building
- ประเภทของ Backlinks (DoFollow vs. NoFollow)
- วิธีการสร้าง Backlinks อย่างมีคุณภาพ
- การทำ Guest Posting และ Outreach
- Local SEO และ Google My Business
6. Content Marketing และ SEO
- วิธีการเขียนบทความให้ติดอันดับบน Google
- การสร้าง Pillar Content และ Cluster Content
- การใช้ Visual Content (Infographics, วิดีโอ)
7. การวิเคราะห์และการติดตามผล SEO
- เครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ SEO (Google Search Console, Google Analytics, Ahrefs, SEMrush)
- วิธีการตรวจสอบอันดับคีย์เวิร์ด
- การใช้ Heatmaps และ User Behavior Analysis
8. SEO ขั้นสูง (Advanced SEO)
- การทำ E-A-T (Expertise, Authority, Trustworthiness)
- การใช้ AI และ Machine Learning ใน SEO
- การทำ SEO สำหรับ Voice Search และ Google Assistant
9. การทำ SEO ให้เหมาะกับอัปเดตของ Google
- การติดตามอัปเดตของ Google Algorithm (Panda, Penguin, Hummingbird, BERT, Core Updates)
- วิธีป้องกันการโดน Google Penalty และวิธีแก้ไข
10. การสร้างกลยุทธ์ SEO และ Case Study
- วิธีวางแผน SEO Campaign อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตัวอย่างการทำ SEO จากเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จ
- การสร้าง Roadmap สำหรับ SEO ระยะยาว
หลักสูตร เรียน WordPress ตัวต่อตัว
1. แนะนำ WordPress
- WordPress คืออะไร และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
- ความแตกต่างระหว่าง WordPress.com และ WordPress.org
- ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress
2. การติดตั้ง WordPress
- การติดตั้ง WordPress บน Localhost (XAMPP, MAMP)
- การติดตั้ง WordPress บน Web Hosting จริง
- การตั้งค่า Domain และ Hosting
- การติดตั้งผ่าน cPanel และ Softaculous
3. การใช้งานพื้นฐานของ WordPress
- การเข้าสู่ระบบ WordPress Dashboard
- โครงสร้างของ Dashboard
- การตั้งค่าทั่วไปของ WordPress
- การจัดการผู้ใช้และกำหนดสิทธิ์ (User Roles)
4. การจัดการเนื้อหา (Content Management)
- ความแตกต่างระหว่างโพสต์ (Posts) และหน้า (Pages)
- การสร้างและแก้ไขโพสต์ & หน้า
- การใช้หมวดหมู่ (Categories) และแท็ก (Tags)
- การตั้งค่าลิงก์ถาวร (Permalinks)
- การเพิ่มและจัดการสื่อ (Media Library)
5. การออกแบบเว็บไซต์ด้วย WordPress Themes
- การเลือกและติดตั้งธีม
- การปรับแต่งธีมผ่าน WordPress Customizer
- การใช้ Page Builders เช่น Elementor, Divi, WPBakery
- การสร้าง Child Theme
6. การใช้งานปลั๊กอิน (Plugins)
- การติดตั้งและจัดการปลั๊กอิน
- ปลั๊กอินสำคัญที่ควรมี เช่น SEO, Security, Backup, Caching
- การใช้ WooCommerce สำหรับสร้างร้านค้าออนไลน์
- การสร้างแบบฟอร์มติดต่อด้วย Contact Form 7 หรือ WPForms
7. การจัดการเมนูและวิดเจ็ต (Navigation & Widgets)
- การสร้างเมนูหลักและเมนูรอง
- การเพิ่ม Widgets ใน Sidebar และ Footer
- การใช้ Custom Widgets
8. ความปลอดภัยของ WordPress
- วิธีป้องกัน Brute Force Attack
- การติดตั้ง SSL/HTTPS
- การสำรองข้อมูล (Backup) ด้วยปลั๊กอิน
- การอัปเดต WordPress, Themes และ Plugins อย่างปลอดภัย
9. SEO สำหรับ WordPress
- การตั้งค่าพื้นฐาน SEO
- การใช้ปลั๊กอิน SEO เช่น Yoast SEO, Rank Math
- การสร้าง XML Sitemap และ Robots.txt
- การตั้งค่า Google Analytics และ Google Search Console
10. การเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วเว็บไซต์
- การใช้ Caching Plugins เช่น WP Rocket, W3 Total Cache
- การบีบอัดรูปภาพ (Image Optimization)
- การใช้ CDN (Cloudflare, BunnyCDN)
- การลด HTTP Requests และ Minify CSS/JS
11. การสร้างร้านค้าออนไลน์ด้วย WooCommerce
- การติดตั้งและตั้งค่า WooCommerce
- การเพิ่มสินค้าและหมวดหมู่สินค้า
- การตั้งค่าการชำระเงินและการจัดส่งสินค้า
- การใช้ WooCommerce Extensions
12. การพัฒนา WordPress (สำหรับนักพัฒนา)
- โครงสร้างไฟล์ของ WordPress
- การสร้างและแก้ไขธีมเอง (Custom Theme Development)
- การใช้ Hooks (Actions & Filters) ใน WordPress
- การสร้าง Custom Post Types และ Custom Fields
- การพัฒนา WordPress Plugin
13. การดูแลและปรับแต่งเว็บไซต์ WordPress
- การอัปเดต WordPress อย่างถูกต้อง
- การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ
- การย้ายเว็บไซต์ WordPress (Migration)
- การตั้งค่าเว็บไซต์หลายภาษา (Multilingual)
หลักสูตร การลงโฆษณาบน Facebook ตัวต่อตัว
1. แนะนำการโฆษณาบน Facebook
- ความสำคัญของ Facebook Ads
- รูปแบบโฆษณาบน Facebook
- วิธีการทำงานของ Facebook Algorithm
- Facebook Ads vs. Boost Post
2. การสร้างบัญชีโฆษณา (Facebook Business Manager)
- การสมัครและตั้งค่า Facebook Business Manager
- การเพิ่มและจัดการบัญชีโฆษณา
- การตั้งค่าการชำระเงินและการออกใบเสร็จ
- การเชื่อมโยง Facebook Page กับ Business Manager
3. การตั้งค่า Facebook Pixel & Conversion API
- Facebook Pixel คืออะไร และทำงานอย่างไร
- วิธีติดตั้ง Facebook Pixel บนเว็บไซต์
- การตั้งค่า Conversion Events
- การใช้ Conversion API
4. ประเภทของโฆษณาบน Facebook
- Traffic Ads
- Engagement Ads
- Lead Generation Ads
- Conversion Ads
- Video Views Ads
- Brand Awareness Ads
5. การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience)
- การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายพื้นฐาน
- การใช้ Custom Audience และ Lookalike Audience
- การรีมาร์เก็ตติ้ง (Retargeting)
- การใช้ข้อมูลจาก Facebook Insights
6. การสร้างโฆษณา Facebook Ads
- วิธีเขียนแคปชัน (Ad Copy) ให้ดึงดูด
- การเลือกภาพและวิดีโอสำหรับโฆษณา
- การใช้ A/B Testing
- ขนาดของภาพและวิดีโอที่เหมาะสม
7. การตั้งค่าแคมเปญโฆษณา
- การเลือกวัตถุประสงค์โฆษณา
- การตั้งค่า Budget & Bidding
- การกำหนดระยะเวลาโฆษณา
- การปรับแต่ง Placement
8. การวิเคราะห์ผลลัพธ์โฆษณา
- การอ่านค่า CTR, CPC, CPM, ROAS
- การวัดผลลัพธ์จาก Facebook Ads Manager
- การแก้ไขและปรับปรุงโฆษณาที่ไม่ประสบความสำเร็จ
- การใช้ Google Analytics
9. เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณา
- การใช้ Dynamic Ads และ Automated Rules
- การทำ Retargeting อย่างมีประสิทธิภาพ
- เทคนิค Scaling
- วิธีลดค่าโฆษณาแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
10. การโฆษณาบน Facebook Marketplace และ Instagram
- วิธีลงโฆษณาบน Facebook Marketplace
- การโฆษณาบน Instagram Ads
- การเลือก Placement ที่เหมาะสม
- การใช้ Stories Ads และ Reels Ads
11. การจัดการโฆษณาและงบประมาณ
- วิธีตั้งค่า Budget
- การใช้ Manual Bidding vs. Automatic Bidding
- การกระจายงบประมาณระหว่างแคมเปญ
- การตรวจสอบ Billing และค่าใช้จ่าย
12. การป้องกันปัญหาบัญชีโฆษณาถูกปิด
- สาเหตุที่บัญชีโฆษณาถูกปิดและวิธีป้องกัน
- วิธีขอคืนบัญชีโฆษณา Facebook ที่ถูกปิด
- นโยบายโฆษณาของ Facebook
- วิธีป้องกันการโดนแบน
หลักสูตร การลงโฆษณาบน Google ตัวต่อตัว
1. แนะนำ Google Ads
- Google Ads คืออะไร และทำงานอย่างไร
- ประเภทของโฆษณาบน Google
- ความแตกต่างระหว่าง SEO และ Google Ads
- หลักการประมูลโฆษณา
2. การสร้างบัญชีและการตั้งค่าเบื้องต้น
- วิธีสมัครและตั้งค่า Google Ads Account
- การตั้งค่าการชำระเงินและภาษี
- การกำหนดค่า Conversion Tracking
- การเชื่อมโยง Google Analytics กับ Google Ads
3. การสร้างโฆษณาแบบ Search Ads
- หลักการทำงานของ Google Search Ads
- การเลือก Keyword ที่เหมาะสม
- วิธีเขียนโฆษณาให้น่าสนใจ
- การตั้งค่า Ad Extensions
4. การทำโฆษณาแบบ Display Ads
- Google Display Network (GDN) คืออะไร
- การกำหนด Target Audience สำหรับ Display Ads
- วิธีออกแบบ Banner Ads ให้น่าสนใจ
- การตั้งค่า Remarketing Ads
5. การทำโฆษณาแบบ Video Ads (YouTube Ads)
- ประเภทของโฆษณา YouTube
- วิธีสร้างโฆษณาวิดีโอที่มีประสิทธิภาพ
- การตั้งค่า Target Audience สำหรับ YouTube Ads
- การวิเคราะห์ผลลัพธ์ของ YouTube Ads
6. การทำโฆษณาแบบ Google Shopping Ads
- Google Shopping Ads คืออะไร
- วิธีสร้างและเชื่อมโยง Google Merchant Center
- การเพิ่มสินค้าและตั้งค่าฟีดข้อมูลสินค้า
- เทคนิคการเพิ่มยอดขายด้วย Shopping Ads
7. การทำโฆษณาแบบ Performance Max (PMax Ads)
- Performance Max Ads คืออะไร
- การตั้งค่าแคมเปญ PMax
- การวิเคราะห์และปรับแต่งโฆษณา PMax
- การใช้ Audience Signal
8. การทำโฆษณาแบบ App Promotion Ads
- วิธีโปรโมตแอปพลิเคชัน
- การตั้งค่าการติดตั้งแอป และการมีส่วนร่วม
- วิธีวัดผลลัพธ์และปรับแต่งโฆษณาแอป
9. การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
- การเลือกกลุ่มเป้าหมาย
- การใช้ Custom Audience และ Similar Audience
- การทำ Remarketing
- การใช้ Customer Match และ First-Party Data
10. การตั้งค่าและการจัดการงบประมาณโฆษณา
- วิธีเลือก Bidding Strategy
- การตั้งค่า Budget และ Campaign Optimization
- การปรับงบประมาณโฆษณา
- การใช้ Automated Rules
11. การวิเคราะห์ผลลัพธ์โฆษณาและการปรับปรุง
- การอ่านค่า CTR, CPC, CPM, ROAS, Quality Score
- การใช้ Google Ads Reports
- วิธีปรับปรุงโฆษณา
- การทำ A/B Testing
12. ปัญหาที่พบบ่อยและการแก้ไขปัญหาโฆษณา
- สาเหตุที่โฆษณาไม่แสดงผล
- วิธีแก้ปัญหาบัญชีโฆษณาถูกระงับ
- ข้อห้ามของ Google Ads
- วิธีติดต่อ Google Support
หลักสูตร หลักสูตรการทำเว็บไซต์ด้วย Responsive Design + Bootstrap ตัวต่อตัว
1. แนะนำ Bootstrap และ Responsive Design
- Bootstrap คืออะไร และทำไมต้องใช้
- หลักการทำงานของ Responsive Design
- Mobile-First vs. Desktop-First Design
- การติดตั้ง Bootstrap (CDN และ Local)
2. โครงสร้างพื้นฐานของ Bootstrap
- Container และ Grid System
- Row และ Column ทำงานอย่างไร
- Breakpoints ของ Bootstrap
- การใช้ Flexbox และ Utility Classes
3. การจัดการ Typography และ Color System
- การใช้ Typography ของ Bootstrap
- การกำหนดสีพื้นฐานและสีขององค์ประกอบ
- การใช้ Spacing Utilities (Margin & Padding)
4. การสร้าง Navigation และ Navbar
- การสร้าง Navbar ที่ตอบสนองทุกขนาดหน้าจอ
- การใช้ Offcanvas และ Dropdown Menu
- การใช้ Breadcrumbs และ Pagination
5. การสร้าง Layouts และ Responsive Design Components
- Card, List Group, และ Media Objects
- Grid Layout แบบซับซ้อน
- การใช้ Bootstrap Components เช่น Alerts, Badges, Progress Bars
6. การใช้ Forms และ Input Elements
- การสร้างฟอร์มที่สวยงามและใช้งานง่าย
- การใช้ Input Groups, Checkboxes และ Radios
- การใช้ Floating Labels และ Validation
7. การใช้ Buttons และ Icons
- การสร้างปุ่มแบบต่าง ๆ
- การใช้ Button Groups
- การเพิ่ม Icons ด้วย Bootstrap Icons
8. การใช้ Images, Figures และ Responsive Design Media
- การทำให้รูปภาพ Responsive Design
- การใช้ Carousel สำหรับแสดงรูปภาพแบบสไลด์
- การใช้ Video และ Embedded Content
9. การใช้ Modal, Tooltip และ Popover
- วิธีสร้าง Modal Dialog
- การใช้ Tooltips และ Popovers
- การใช้ Toast Notifications
10. การสร้าง Responsive Design Tables และ Lists
- การจัดรูปแบบตารางด้วย Bootstrap
- การทำให้ตารางรองรับหน้าจอขนาดเล็ก
- การใช้ List Group และ Responsive Design Lists
11. การใช้ JavaScript Components ใน Bootstrap
- การใช้ Collapse และ Accordion
- การใช้ Tabs และ Pills
- การสร้าง Scrollspy Navigation
12. การออกแบบเว็บไซต์จริงด้วย Bootstrap
- การสร้าง Landing Page ที่ Responsive Design
- การออกแบบหน้า Blog และ Portfolio
- การสร้าง Dashboard หรือ Admin Panel
13. การปรับแต่ง Bootstrap และการใช้ Custom CSS
- วิธีการ Override ค่า Default ของ Bootstrap
- การใช้ SCSS เพื่อปรับแต่ง Bootstrap
- การใช้ CSS Variables ใน Bootstrap
14. การ Optimize และ Deploy เว็บไซต์ที่ใช้ Bootstrap
- การใช้ Bootstrap 5 กับ CDN และ Local Files
- การลดขนาดไฟล์ CSS และ JavaScript
- การ Deploy เว็บไซต์ขึ้นโฮสติ้ง
หลักสูตร PHP + MySQL ตัวต่อตัว
1. แนะนำ PHP และ MySQL
- PHP คืออะไร และทำไมต้องใช้
- หลักการทำงานของ PHP
- MySQL คืออะไร และการจัดการฐานข้อมูล
- การติดตั้ง XAMPP/MAMP และการตั้งค่าสภาพแวดล้อม
2. พื้นฐานการเขียน PHP
- ตัวแปรและชนิดข้อมูลใน PHP
- การใช้เงื่อนไข (if-else, switch-case)
- การใช้ลูป (for, while, foreach)
- การจัดการฟอร์มและการส่งค่า (GET, POST)
3. ฟังก์ชันและการเขียนโค้ดที่มีประสิทธิภาพ
- การสร้างและใช้ฟังก์ชันใน PHP
- การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์
- การใช้ Include และ Require
- การใช้ Session และ Cookies
4. การเชื่อมต่อและจัดการฐานข้อมูล MySQL
- พื้นฐาน SQL (SELECT, INSERT, UPDATE, DELETE)
- การเชื่อมต่อ PHP กับ MySQL ด้วย MySQLi / PDO
- การป้องกัน SQL Injection
- การใช้งาน Prepared Statements
5. การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันด้วย PHP และ MySQL
- การสร้างระบบล็อกอิน-ลงทะเบียน
- การจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ (User Roles)
- การอัปโหลดและแสดงผลไฟล์ (Images, Documents)
- การพัฒนาเว็บบอร์ดหรือระบบคอมเมนต์
6. การใช้ PHP Framework และเทคนิคขั้นสูง
- แนะนำ PHP Framework เช่น Laravel, CodeIgniter
- การทำงานร่วมกับ AJAX และ JavaScript
7. การปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัย
- เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพเว็บด้วย PHP
- การป้องกัน SQL Injection และ XSS
- การเข้ารหัสรหัสผ่าน (Password Hashing)
- การ Deploy เว็บไซต์ขึ้นเซิร์ฟเวอร์
สรุป
หลักสูตรนี้ช่วยให้คุณเข้าใจและพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้ PHP และ MySQL อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการทำงานกับ Framework และเทคนิคระดับสูง
หลักสูตรการใช้งาน LINE OA (Line Official Account) ตัวต่อตัว
1. แนะนำ Line Official Account
- LINE OA คืออะไร และข้อดีของการใช้งาน
- ประเภทบัญชีและการสมัครใช้งาน
- วิธีตั้งค่าพื้นฐานและการตั้งค่าโปรไฟล์ธุรกิจ
2. การตั้งค่าและการใช้งานพื้นฐาน
- วิธีเพิ่มแอดมินและจัดการสิทธิ์
- การตั้งค่าข้อความต้อนรับอัตโนมัติ
- การตั้งค่าการตอบกลับอัตโนมัติ (Auto Reply)
- การใช้ Rich Menu และวิธีปรับแต่ง
3. การสร้าง Content และ Broadcast Message
- วิธีใช้ Broadcast Message ให้มีประสิทธิภาพ
- การสร้าง Rich Message, Rich Video และ Rich Menu
- การใช้ Card-Based Message และ Flex Message
- การตั้งค่าช่วงเวลาการส่งข้อความ (Scheduled Messages)
4. การใช้ LINE OA Chat และการจัดการลูกค้า
- วิธีใช้ 1-on-1 Chat กับลูกค้า
- การตั้งค่า Quick Reply และ Chat Tags
- การใช้ Notes และ Chat Labels เพื่อจัดการลูกค้า
5. การสร้าง Mini Website ด้วย LINE MyShop
- วิธีเปิดใช้งาน LINE MyShop
- การจัดการสินค้าและระบบออเดอร์
- การตั้งค่าการชำระเงินและโปรโมชั่น
6. การใช้ LINE Official Account กับ LINE Ads และ LINE Points
- การโฆษณาบน LINE Ads Platform
- การใช้ LINE Points เพื่อดึงดูดลูกค้า
- การทำ Retargeting กับลูกค้าเก่า
7. การเชื่อมต่อ LINE OA กับระบบอื่น ๆ
- การใช้ LINE API สำหรับการพัฒนาเพิ่มเติม
- การเชื่อมต่อกับ Chatbot เช่น Dialogflow หรือ LINE Bot Designer
- การใช้ LINE OA ควบคู่กับ CRM และ E-Commerce
8. การวิเคราะห์ข้อมูลและปรับกลยุทธ์
- การอ่านค่า Metrics และสถิติบน LINE OA
- วิธีวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าจาก LINE OA Insight
- การปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
สรุป
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับธุรกิจทุกประเภทที่ต้องการใช้ LINE Official Account เพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาด เพิ่มยอดขาย และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
หลักสูตรการทำเว็บไซต์ AI ด้วย ChatGPT
เรียนรู้การสร้างเว็บไซต์ด้วย AI ตั้งแต่เริ่มต้น จนสามารถนำเว็บไซต์ขึ้นออนไลน์ได้จริง โดยใช้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยในการสร้าง Prompt เขียน Code แก้ไขเว็บไซต์ และเชื่อมต่อเว็บไซต์ผ่าน GitHub และ Vercel เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ธุรกิจ เว็บไซต์บริการ หรือ Landing Page ด้วยตัวเอง แม้ไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน
เนื้อหาที่คุณจะได้เรียนรู้
1. เรียนรู้การใช้ ChatGPT สร้าง Prompt สำหรับทำเว็บไซต์
เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจวิธีสั่งงาน ChatGPT อย่างถูกต้อง เพื่อให้ AI สามารถช่วยวางโครงสร้างและสร้างเว็บไซต์ได้ตรงตามความต้องการ
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การเขียน Prompt ตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงการสั่ง AI ให้สร้างเว็บไซต์ตามรูปแบบธุรกิจจริง เช่น เว็บไซต์บริษัท เว็บไซต์บริการ เว็บไซต์แนะนำสินค้า และ Landing Page
- หลักการเขียน Prompt สำหรับสร้างเว็บไซต์
- สั่ง AI ให้วางโครงสร้างเว็บไซต์
- กำหนดรูปแบบและองค์ประกอบของหน้าเว็บไซต์
- เทคนิคการสื่อสารกับ AI ให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามต้องการ
- การปรับ Prompt เพื่อแก้ไขและพัฒนาเว็บไซต์ต่อ
2. ใช้ ChatGPT ช่วยสร้าง Code สำหรับเว็บไซต์
เรียนรู้การนำ Prompt ไปสั่ง ChatGPT เพื่อสร้าง Code สำหรับเว็บไซต์ พร้อมทำความเข้าใจโครงสร้างไฟล์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการสร้างเว็บไซต์
- สร้าง HTML ด้วย AI
- สร้าง CSS สำหรับออกแบบเว็บไซต์
- สร้าง JavaScript สำหรับเพิ่มฟังก์ชันและลูกเล่น
- ทำความเข้าใจโครงสร้างไฟล์เว็บไซต์
- ใช้ ChatGPT ช่วยตรวจสอบและแก้ไข Code
3. เรียนรู้การใช้ GitHub เพื่อจัดเก็บและอัปโหลด Code
เมื่อได้ Code เว็บไซต์จาก AI แล้ว เรียนรู้การนำไฟล์ไปจัดเก็บบน GitHub เพื่อใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บ Code และช่วยให้สามารถแก้ไขหรืออัปเดตเว็บไซต์ ได้อย่างเป็นระบบ
- สมัครและตั้งค่าบัญชี GitHub
- สร้าง Repository สำหรับเว็บไซต์
- อัปโหลด Code ขึ้น GitHub
- จัดการไฟล์เว็บไซต์บน GitHub
- แก้ไขและอัปเดต Code
4. เชื่อมต่อ GitHub กับ Vercel เพื่อเผยแพร่เว็บไซต์
เรียนรู้การนำเว็บไซต์จาก GitHub ไปเชื่อมต่อกับ Vercel เพื่อ Deploy เว็บไซต์และเผยแพร่ขึ้นบนอินเทอร์เน็ต
- สมัครและตั้งค่าบัญชี Vercel
- เชื่อมต่อ GitHub กับ Vercel
- Import Project จาก GitHub
- Deploy เว็บไซต์ขึ้นออนไลน์
- อัปเดตเว็บไซต์จาก GitHub ไปยัง Vercel
5. เชื่อมต่อ Domain และเปิดใช้งานเว็บไซต์จริง
เรียนรู้วิธีนำ Domain ของคุณมาเชื่อมต่อกับเว็บไซต์บน Vercel
พร้อมทำความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ Domain, DNS และ HTTPS
เพื่อให้เว็บไซต์สามารถเปิดใช้งานได้จริง
หรือหาก ต้องการ Hosting + Domain ของ Vercel จะได้แบบนี้ครับ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม https://siamfocus.vercel.app/
- ทำความเข้าใจ Domain และ DNS
- เชื่อมต่อ Domain กับ Vercel
- ตั้งค่า DNS Record เบื้องต้น
- เปิดใช้งาน HTTPS / SSL
- ตรวจสอบเว็บไซต์ก่อนเปิดใช้งานจริง
6. เรียนรู้การแก้ไขเว็บไซต์ด้วย ChatGPT และ GitHub
เรียนรู้วิธีใช้ ChatGPT ช่วยแก้ไขและพัฒนาเว็บไซต์หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนข้อความ รูปภาพ สี เมนู หรือเพิ่มเนื้อหาใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมด
- เปลี่ยนข้อความและรายละเอียดธุรกิจ
- เปลี่ยนรูปภาพบนเว็บไซต์
- เพิ่มหรือลบเนื้อหา
- เพิ่มหรือลบหน้าเว็บไซต์
- เปลี่ยนสี ฟอนต์ และรูปแบบเว็บไซต์
- เพิ่มเมนูและส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์
- ใช้ ChatGPT ช่วยตรวจสอบและแก้ไข Code
- อัปโหลด Code เวอร์ชันใหม่ขึ้น GitHub
- Deploy เว็บไซต์เวอร์ชันล่าสุดผ่าน Vercel
ลำดับการสร้างเว็บไซต์ด้วย AI
- วางแนวคิดและสร้าง Prompt ด้วย ChatGPT
- ให้ AI ช่วยสร้าง Code เว็บไซต์
- นำ Code ไปจัดเก็บบน GitHub
- เชื่อมต่อ GitHub กับ Vercel
- Deploy เว็บไซต์ขึ้นออนไลน์
- เชื่อมต่อ Domain และเปิดใช้งานเว็บไซต์จริง
- ใช้ ChatGPT ช่วยแก้ไขและพัฒนาเว็บไซต์ต่อ
เมื่อเรียนจบ คุณจะสามารถทำอะไรได้บ้าง?
- สร้างเว็บไซต์ด้วย AI ได้ด้วยตัวเอง
- เขียน Prompt เพื่อสั่ง ChatGPT สร้างเว็บไซต์ได้
- แก้ไขข้อความ รูปภาพ และเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้
- ใช้งาน GitHub เพื่อจัดเก็บและจัดการ Code ได้
- Deploy เว็บไซต์ขึ้น Vercel ได้ด้วยตัวเอง
- เชื่อมต่อ Domain และเปิดเว็บไซต์ใช้งานจริงได้
- สามารถใช้ ChatGPT ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ต่อได้ในอนาคต
หลักสูตรนี้ไม่ได้สอนเพียงการใช้ ChatGPT แต่สอน Workflow การสร้างเว็บไซต์ด้วย AI ตั้งแต่เริ่มต้น จนเว็บไซต์ออนไลน์ใช้งานได้จริง
เแต่ละหลักสูตรอาจเรียนไม่หมดในวันเดียว สามารถเลือกเรียนหัวข้อที่สนใจได้
สอนทำเว็บตัวต่อตัว SEO WordPress PHP Digital Marketing
เรียนจากเจ้าของเว็บไซต์ SIAMFOCUS.com โดยตรง ส่งต่อประสบการณ์จากการทำงานจริง ๆ เรียนทำเว็บ จากคนทำเว็บ
สอนทำเว็บตัวต่อตัว เรียนกับผู้สอนโดยตรง ส่งต่อจากประสบการณ์ ทำงานจริง
ประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในการพัฒนาเว็บไซต์ และการตลาดออนไลน์
สอนทำเว็บตัวต่อตัว เลือกเวลาเรียนได้ดังนี้
แต่ละหลักสูตร ราคา 3,000 บาท เรียนตัวต่อตัว 3 ชั่วโมง ให้คำปรึกษาฟรี หลังจากเรียนจบไปแล้ว
สอนทำเว็บตัวต่อตัว เพียง 3,000 บาท / ต่อหลักสูตร
เงื่อนไขในการเรียน
- สอนทำเว็บตัวต่อตัว การสอนดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงแค่การ แนะนำ วิธี ที่ผู้สอนใช้งานในการเขียนงานจริง ๆ เท่านั้น อาจแตกต่างกับคนอื่นบ้าง ไม่สามารถเอามาเทียบเคียงได้
- ผู้เรียนต้องเตรียมคอมพิวเตอร์ Notebook มาเอง พร้อม Project ที่คิดจะทำหรืออยากเรียนรู้ ดังนั้นการเรียนแต่ละคนจึงมีความแตกต่างกัน การสอนจะเน้นสอนตามที่ผู้เรียนต้องการ
- วันที่สะดวกในการสอน เปิดสอนทุกวัน แต่ต้องจองวันเรียน นัดวันเรียน ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน
- เรียนผ่าน Google Meet, Zoom, Anydesk, Voov หรือแล้วแต่ที่ผู้เรียนถนัด
- ช่วงระยะเวลาในการสอน 09.00-11.00, 13.00-16.00, 20.00-23.00
- ชำระเงินเต็มจำนวน ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน เพื่อเป็นการจองวันไว้ครับ
- กรณีชำระเงินมาแล้ว หากไม่สามารถมาเรียนวันดังกล่าวได้ ให้ตกลงกับผู้สอนอีกที เพื่อนัดเรียนวันอื่นได้ โดยทำการเลื่อนได้เพียง 1 ครั้ง หากผิดนัดอีก ต้องลงเรียนใหม่ครับ
การชำระเงิน
สามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ด้วยนะครับ