Menu
ข้อควรรู้ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ด้วย AI

website : ข้อควรรู้ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ด้วย AI

ข้อควรรู้ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ด้วย AI

ปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์ด้วย AI กลายเป็นเรื่องที่ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่การทำเว็บไซต์อาจต้องใช้ทั้ง Web Designer, Web Developer และคนเขียน Content ปัจจุบัน AI สามารถช่วยออกแบบหน้าเว็บไซต์ เขียนข้อความ สร้างภาพ และสร้างโค้ดเว็บไซต์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้เราจึงเริ่มเห็นบริการ รับทำเว็บไซต์ด้วย AI ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น บางบริการสามารถสร้างเว็บไซต์ให้ธุรกิจได้ในราคาเพียงหลักร้อยหรือหลักพันบาท

แน่นอนว่า การทำเว็บไซต์ด้วย AI ไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์จะไม่มีคุณภาพ เพราะ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการสร้างเว็บไซต์ได้อย่างมาก

แต่ก่อนที่เจ้าของธุรกิจจะตัดสินใจจ้างทำเว็บไซต์ด้วย AI สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงคำถามว่า “เว็บสวยไหม?” หรือ “ราคาเท่าไหร่?”

แต่ควรถามให้ละเอียดกว่านั้นว่า “เราได้รับอะไรบ้าง และเว็บไซต์นี้จะสามารถใช้งานและต่อยอดธุรกิจของเราได้ในอนาคตหรือไม่?”

ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ด้วย AI ควรถามอะไรบ้าง?

หากคุณกำลังเห็นโฆษณารับทำเว็บไซต์ด้วย AI ในราคาที่น่าสนใจ อย่าเพิ่งตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว แนะนำให้สอบถามรายละเอียดต่อไปนี้ก่อน

1. เว็บไซต์ที่ได้รับมีกี่หน้า?

นี่คือคำถามแรกที่ควรถามผู้ให้บริการ

คำว่า “ทำเว็บไซต์” อาจมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละผู้ให้บริการ บางแพ็กเกจอาจหมายถึงเว็บไซต์หน้าเดียว หรือ Landing Page ที่รวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในหน้าเดียว ขณะที่บางบริการอาจให้เว็บไซต์หลายหน้า

จึงควรถามให้ชัดเจนว่า

  • ได้เว็บไซต์กี่หน้า?
  • มีหน้า Home หรือไม่?
  • มีหน้า About Us หรือไม่?
  • มีหน้าบริการแยกแต่ละบริการหรือไม่?
  • มีหน้าสินค้าแยกหรือไม่?
  • มีหน้า Contact หรือไม่?
  • มี Blog หรือ News หรือไม่?
  • สามารถเพิ่มหน้าใหม่ภายหลังได้หรือไม่?

เพราะเว็บไซต์แบบ Landing Page กับเว็บไซต์แบบหลายหน้า มีวัตถุประสงค์และความสามารถในการขยายแตกต่างกัน

2. เว็บไซต์ที่ทำเป็น Landing Page หรือเว็บไซต์หลายหน้า?

คำว่า Landing Page ไม่ใช่คำที่หมายถึงเว็บไซต์ไม่ดี เพราะ Landing Page เหมาะมากกับการทำโฆษณา การเปิดตัวสินค้า หรือการเก็บ Lead

แต่ถ้าธุรกิจมีเป้าหมายที่จะสร้าง Organic Traffic จาก Google ในระยะยาว ควรพิจารณาเรื่องโครงสร้างเว็บไซต์ให้ละเอียดมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทมีบริการ 10 ประเภท แต่ทุกบริการถูกนำมาแสดงอยู่ในหน้าเดียว เว็บไซต์อาจมี URL เพียงหน้าเดียว เช่น

example.com/

ในขณะที่เว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขยาย Content และ SEO อาจมีโครงสร้าง เช่น

example.com/
example.com/service/
example.com/service/web-design/
example.com/service/seo/
example.com/service/wordpress/
example.com/blog/
example.com/contact/

โครงสร้างแบบนี้ทำให้สามารถพัฒนาเนื้อหาและกำหนด Search Intent ของแต่ละหน้าได้ละเอียดมากขึ้น

3. ถ้าอนาคตต้องการเพิ่มหน้าเว็บไซต์ ทำได้หรือไม่?

คำถามนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่กำลังจ้างทำเว็บไซต์ราคาประหยัด

วันนี้คุณอาจต้องการเพียงเว็บไซต์แนะนำบริษัท แต่ในอนาคตอาจต้องการเพิ่ม

  • หน้าบริการใหม่
  • หน้าสินค้าใหม่
  • บทความ
  • Case Study
  • FAQ
  • หน้า Landing Page สำหรับโฆษณา
  • ระบบสมาชิก
  • ระบบตะกร้าสินค้า
  • ระบบรับชำระเงิน

ดังนั้นควรถามผู้ให้บริการตั้งแต่แรกว่า “เว็บไซต์สามารถเพิ่มหน้าในอนาคตได้หรือไม่?”

ถ้าเพิ่มได้ ต้องถามต่อว่า “เพิ่มเองได้หรือผู้ให้บริการต้องเป็นคนเพิ่ม?” และ “มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเท่าไหร่?”

4. เว็บไซต์มีระบบหลังบ้านหรือไม่?

คำว่า “แก้ไขเว็บไซต์ได้” กับ “มีระบบหลังบ้าน” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งเดียวกัน

ควรถามให้ชัดว่า หลังจากส่งมอบเว็บไซต์แล้ว เจ้าของเว็บไซต์สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้เองหรือไม่

ตัวอย่างเช่น

  • แก้ไขข้อความได้หรือไม่?
  • เปลี่ยนรูปภาพได้หรือไม่?
  • เพิ่มบริการใหม่ได้หรือไม่?
  • เพิ่มบทความได้หรือไม่?
  • เพิ่มหน้าใหม่ได้หรือไม่?
  • แก้ไข Title และ Meta Description ได้หรือไม่?
  • แก้ไข URL ได้หรือไม่?

ถ้าไม่มีระบบหลังบ้าน หรือเจ้าของเว็บไซต์ไม่สามารถเข้าถึงไฟล์และระบบจัดการเว็บไซต์ได้ การแก้ไขในอนาคตอาจต้องพึ่งผู้ให้บริการเดิมทุกครั้ง

5. ถ้าต้องการแก้ไขเว็บไซต์ในอนาคต ทำอย่างไร?

เว็บไซต์ไม่ใช่สิ่งที่สร้างครั้งเดียวแล้วไม่ต้องแก้อีก เพราะธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

ราคาเปลี่ยน สินค้าเปลี่ยน บริการเพิ่ม เบอร์โทรศัพท์เปลี่ยน โปรโมชั่นใหม่ หรือมีบทความใหม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องกลับมาแก้ไขเว็บไซต์

ก่อนจ้างควรถามว่า

  • แก้ไขเองได้หรือไม่?
  • มีคู่มือให้หรือไม่?
  • ผู้ให้บริการมีบริการแก้ไขให้หรือไม่?
  • คิดค่าบริการแก้ไขครั้งละเท่าไหร่?
  • มีแพ็กเกจดูแลเว็บไซต์รายเดือนหรือไม่?

การรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกจะช่วยป้องกันปัญหาในภายหลังได้มาก

6. จ่ายเงินครั้งเดียวแล้วจบหรือไม่?

คำว่า “จ่ายครั้งเดียว” เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องถามให้ละเอียด

เพราะค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์อาจมีหลายส่วน เช่น

  • ค่าพัฒนาเว็บไซต์
  • ค่าจดโดเมน
  • ค่า Hosting
  • ค่าระบบหรือ Platform
  • ค่าบริการ AI Website Builder
  • ค่าดูแลเว็บไซต์
  • ค่าปรับปรุงเว็บไซต์
  • ค่าพัฒนา Function เพิ่มเติม

ดังนั้นอย่าถามเพียงว่า “เว็บราคาเท่าไหร่?” แต่ควรถามว่า “ราคานี้รวมอะไรบ้าง และปีถัดไปมีค่าใช้จ่ายอะไรหรือไม่?”

7. Hosting อยู่ที่ไหน?

นี่เป็นคำถามที่คนทำเว็บไซต์จำนวนมากมองข้าม

ควรถามผู้ให้บริการว่าเว็บไซต์ของคุณจะถูกนำไปติดตั้งไว้ที่ Hosting ที่ไหน

เช่น

  • ใช้ Hosting ของผู้ให้บริการหรือไม่?
  • ใช้ Hosting ของลูกค้าเองได้หรือไม่?
  • ลูกค้าเป็นเจ้าของ Hosting หรือไม่?
  • สามารถย้าย Hosting ได้หรือไม่?
  • สามารถดาวน์โหลดไฟล์เว็บไซต์ได้หรือไม่?
  • สามารถ Backup เว็บไซต์ได้หรือไม่?

สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้เว็บไซต์ในระยะยาว เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเว็บไซต์ควรเป็นทรัพย์สินดิจิทัลที่เจ้าของธุรกิจสามารถควบคุมได้

หากต้องการศึกษาเรื่อง Domain และ Hosting สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริการจดโดเมนและเช่า Hosting ของ SiamFocus

8. ถ้าเลิกใช้บริการผู้ให้บริการเดิม เว็บไซต์ยังอยู่หรือไม่?

คำถามนี้อาจดูแรง แต่ควรถามตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน

สมมติว่าอีก 2 ปีคุณต้องการเปลี่ยนบริษัทดูแลเว็บไซต์ คุณสามารถนำเว็บไซต์ออกไปได้หรือไม่?

ควรถามให้ชัดเจนว่า

  • เว็บไซต์เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร?
  • Domain เป็นชื่อของใคร?
  • Hosting เป็นของใคร?
  • ไฟล์เว็บไซต์เป็นของใคร?
  • สามารถย้ายเว็บไซต์ไป Hosting อื่นได้หรือไม่?
  • สามารถส่งมอบ Source Code ได้หรือไม่?
  • ฐานข้อมูลสามารถ Backup ได้หรือไม่?

เพราะราคาทำเว็บไซต์ที่ถูกมากอาจไม่ได้หมายความว่าเจ้าของธุรกิจจะสามารถนำเว็บไซต์ไปใช้กับระบบอื่นได้อย่างอิสระเสมอไป ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละรายก่อน

9. ถ้าต้องการทำ SEO ในอนาคต เว็บไซต์รองรับหรือไม่?

หากวันนี้ยังไม่คิดทำ SEO ก็ไม่เป็นไร แต่ควรถามเผื่ออนาคตไว้ก่อน

เพราะเมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต เจ้าของเว็บไซต์อาจต้องการให้ลูกค้าค้นหาเจอผ่าน Google

คำถามที่ควรถาม ได้แก่

  • สามารถเพิ่มหน้าใหม่ได้หรือไม่?
  • สามารถเพิ่มบทความได้หรือไม่?
  • สามารถกำหนด URL ได้หรือไม่?
  • สามารถแก้ไข Title และ Meta Description ได้หรือไม่?
  • สามารถกำหนด H1, H2 และ H3 ได้หรือไม่?
  • สามารถใส่ Alt ให้รูปภาพได้หรือไม่?
  • สามารถทำ Internal Link ได้หรือไม่?
  • สามารถติดตั้ง Google Search Console ได้หรือไม่?
  • สามารถติดตั้ง Google Analytics ได้หรือไม่?
  • สามารถเพิ่ม Schema Markup ได้หรือไม่?

เว็บไซต์ที่รองรับ SEO ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การต่อยอดในอนาคตง่ายกว่าการนำเว็บไซต์ที่มีข้อจำกัดมาปรับโครงสร้างใหม่ภายหลัง

หากต้องการทำ SEO อย่างจริงจัง สามารถดูรายละเอียด บริการ SEO ของ SiamFocus ซึ่งครอบคลุมการวิเคราะห์เว็บไซต์ Keyword Research, Technical SEO, On-Page SEO, Content SEO และ Internal Link

10. สามารถเพิ่มบทความและ Content ในอนาคตได้หรือไม่?

นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้าง Organic Traffic

เพราะการทำ SEO ในระยะยาวไม่ได้มีเพียงการสร้างเว็บไซต์ แต่ยังต้องมีการพัฒนา Content ให้ตอบคำถามและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

เช่น ธุรกิจรับทำเว็บไซต์อาจต้องการสร้างบทความเกี่ยวกับ

  • ทำเว็บไซต์ด้วย AI ดีไหม?
  • เว็บไซต์ SEO คืออะไร?
  • Landing Page คืออะไร?
  • WordPress ดีไหม?
  • ทำ SEO ด้วยตัวเองอย่างไร?

เมื่อมีบทความเพิ่มขึ้น เว็บไซต์ก็สามารถสร้างโครงสร้าง Internal Link เชื่อมโยงบทความและหน้าบริการเข้าหากันได้

ดังนั้นก่อนจ้างควรถามว่า “เว็บไซต์สามารถทำ Blog หรือเพิ่มบทความในอนาคตได้หรือไม่?”

11. เว็บไซต์รองรับการขยายธุรกิจในอนาคตหรือไม่?

ธุรกิจที่เริ่มต้นวันนี้อาจไม่ได้มีขนาดเท่าเดิมในอีก 2-3 ปี

วันนี้อาจมีเพียง 3 บริการ แต่อนาคตอาจมี 20 บริการ

วันนี้อาจขายสินค้า 10 รายการ แต่อนาคตอาจมี 500 รายการ

วันนี้อาจต้องการเพียงเว็บไซต์บริษัท แต่อนาคตอาจต้องการระบบ E-Commerce, ระบบสมาชิก, ระบบจอง, ระบบชำระเงิน หรือ Web Application

ดังนั้นก่อนจ้างควรถามว่า

“เว็บไซต์นี้สามารถขยายต่อได้ถึงระดับไหน?”

หากผู้ให้บริการสามารถอธิบาย Architecture และแนวทางการขยายระบบในอนาคตได้อย่างชัดเจน นั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่าผู้ให้บริการไม่ได้มองเว็บไซต์เป็นเพียงหน้า Landing Page เท่านั้น

12. ถ้าอนาคตต้องการทำระบบเพิ่มเติม ทำได้หรือไม่?

เว็บไซต์ธุรกิจอาจเริ่มต้นจากเว็บไซต์ธรรมดา แต่เมื่อธุรกิจเติบโตอาจต้องการ Function เพิ่มขึ้น

เช่น

  • ระบบสมาชิก
  • ระบบ Login
  • ระบบสั่งซื้อสินค้า
  • ระบบชำระเงิน
  • ระบบจองบริการ
  • ระบบนัดหมาย
  • ระบบจัดการข้อมูล
  • เชื่อมต่อ API
  • เชื่อมต่อ CRM

ไม่ใช่ทุก AI Website Builder จะรองรับการขยายไปถึงระดับเดียวกัน ดังนั้นควรสอบถามข้อจำกัดของ Platform ที่ใช้ก่อนตัดสินใจ

13. ใครเป็นเจ้าของ Domain?

Domain Name คือที่อยู่ของเว็บไซต์ เช่น

example.com

ควรตรวจสอบว่า Domain จดทะเบียนในชื่อของเจ้าของธุรกิจหรือไม่ และเจ้าของธุรกิจสามารถเข้าถึงระบบจัดการ Domain ได้หรือไม่

เรื่องนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะ Domain เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนออนไลน์ของธุรกิจ และหากเว็บไซต์ทำ SEO มาหลายปี Domain ก็อาจกลายเป็น Digital Asset ที่มีมูลค่าอย่างมาก

14. มีการ Backup เว็บไซต์หรือไม่?

เว็บไซต์ที่ใช้งานจริงควรมีระบบ Backup ที่เหมาะสม เพราะไม่มีระบบใดปลอดภัยจากปัญหาได้ตลอดเวลา

ก่อนจ้างควรถามว่า

  • มี Backup หรือไม่?
  • Backup บ่อยแค่ไหน?
  • เก็บ Backup ไว้ที่ไหน?
  • ลูกค้าขอไฟล์ Backup ได้หรือไม่?
  • ถ้าเว็บไซต์เสียสามารถ Restore ได้หรือไม่?

15. ถ้าเว็บไซต์มีปัญหา ใครเป็นคนดูแล?

เว็บไซต์ที่ดีไม่ใช่แค่สร้างเสร็จแล้วจบ แต่ควรมีคำตอบสำหรับคำถามว่า “ถ้าเกิดปัญหาในอนาคต ใครจะช่วยเรา?”

ควรถามผู้ให้บริการเรื่องการดูแลหลังการขาย เช่น

  • มีประกันเว็บไซต์หรือไม่?
  • มีบริการแก้ไข Bug หรือไม่?
  • มีบริการดูแลเว็บไซต์รายเดือนหรือไม่?
  • ติดต่อผู้ให้บริการผ่านช่องทางใด?
  • มีค่าใช้จ่ายในการแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่?

สำหรับธุรกิจที่เว็บไซต์มีความสำคัญต่อการขาย การมีผู้ดูแลเว็บไซต์ในระยะยาวถือเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา

เว็บไซต์ AI ไม่ได้มีปัญหา แต่ต้องรู้ว่าซื้ออะไร

การใช้ AI สร้างเว็บไซต์เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มาก และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมีเว็บไซต์ได้เร็วขึ้นและมีต้นทุนต่ำลง

ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องมองว่า “เว็บไซต์ AI ไม่ดี”

แต่ควรมองว่า เว็บไซต์แต่ละประเภทเหมาะกับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

หากต้องการเว็บไซต์หน้าเดียวเพื่อแนะนำธุรกิจ หรือใช้เป็น Landing Page สำหรับโฆษณา เว็บไซต์ที่สร้างด้วย AI อาจตอบโจทย์ได้ดีมาก

แต่หากต้องการสร้างเว็บไซต์เพื่อเป็น Digital Asset ของธุรกิจในระยะยาว ควรพิจารณาเรื่องโครงสร้างเว็บไซต์ การเพิ่มหน้าในอนาคต ระบบหลังบ้าน SEO Content และความสามารถในการขยายระบบตั้งแต่ต้น

Checklist ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ด้วย AI

ก่อนจ่ายเงิน แนะนำให้สอบถามผู้ให้บริการตาม Checklist นี้

  • เว็บไซต์มีกี่หน้า?
  • เป็น Landing Page หรือเว็บไซต์หลายหน้า?
  • สามารถเพิ่มหน้าใหม่ในอนาคตได้หรือไม่?
  • มีระบบหลังบ้านหรือไม่?
  • สามารถแก้ไขเว็บไซต์เองได้หรือไม่?
  • ถ้าแก้ไขในอนาคตมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
  • Hosting อยู่ที่ไหน?
  • Domain เป็นชื่อของใคร?
  • สามารถย้าย Hosting ได้หรือไม่?
  • สามารถ Backup เว็บไซต์ได้หรือไม่?
  • เว็บไซต์รองรับ SEO หรือไม่?
  • สามารถเพิ่ม Blog ได้หรือไม่?
  • สามารถเพิ่ม Content ได้หรือไม่?
  • สามารถเพิ่มระบบ E-Commerce ในอนาคตได้หรือไม่?
  • สามารถเชื่อมต่อ API หรือระบบอื่นได้หรือไม่?
  • หากเลิกใช้บริการ สามารถนำเว็บไซต์ออกมาได้หรือไม่?
  • ค่าบริการที่แจ้งเป็นค่าบริการครั้งเดียวหรือมีค่าใช้จ่ายรายปี?
  • มีค่า Hosting และ Domain ในปีถัดไปหรือไม่?
  • มีบริการดูแลเว็บไซต์หลังส่งมอบหรือไม่?

เว็บไซต์ราคาถูกไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับเป้าหมาย

การทำเว็บไซต์ในราคาถูกไม่ใช่เรื่องผิด และการใช้ AI ช่วยสร้างเว็บไซต์ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเช่นกัน

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ AI อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและช่วยลดต้นทุนได้มาก

แต่ก่อนจ้างควรเข้าใจว่า สิ่งที่เรากำลังซื้อคืออะไร

กำลังซื้อเพียง Landing Page?

กำลังซื้อเว็บไซต์พร้อมระบบหลังบ้าน?

กำลังซื้อ Platform ที่ต้องจ่ายรายเดือน?

หรือกำลังสร้าง Digital Asset ที่จะใช้ทำการตลาดและ SEO ไปอีกหลายปี?

คำตอบของคำถามเหล่านี้มีผลต่อวิธีเลือกเว็บไซต์มากกว่าคำว่า “AI” หรือ “ไม่ใช้ AI” เสียอีก

หากต้องการเว็บไซต์ที่รองรับการเติบโต ควรวางโครงสร้างตั้งแต่ต้น

สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางสร้างลูกค้าจาก Google ควรวางโครงสร้างเว็บไซต์ตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเลือกใช้ AI, WordPress หรือเทคโนโลยีใดก็ตาม

สิ่งสำคัญคือเว็บไซต์ควรสามารถขยายจำนวนหน้า เพิ่ม Content สร้าง Internal Link ปรับ Technical SEO และพัฒนาระบบเพิ่มเติมเมื่อธุรกิจเติบโต

บริการรับทำเว็บไซต์ของ SiamFocus เน้นการวางโครงสร้างเว็บไซต์ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ การวาง Sitemap และ URL ไปจนถึงการพัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับ SEO และการขยายในอนาคต

สำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วและต้องการเพิ่ม Organic Traffic สามารถดูรายละเอียด บริการ SEO ของ SiamFocus ซึ่งครอบคลุม Keyword Research, Technical SEO, On-Page SEO, Content SEO และ Internal Link

นอกจากนี้ หากต้องการ Hosting ที่สามารถควบคุมและดูแลเว็บไซต์ได้ สามารถดูรายละเอียด บริการ Domain และ Hosting ของ SiamFocus ได้เช่นกัน

สรุปข้อควรรู้ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ด้วย AI

ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ด้วย AI อย่าถามเพียงว่า “ราคาเท่าไหร่?”

แต่ควรถามให้ครบว่า ได้กี่หน้า, เป็น Landing Page หรือไม่, มีระบบหลังบ้านหรือไม่, แก้ไขเองได้หรือไม่, Hosting อยู่ที่ไหน, Domain เป็นของใคร, จ่ายครั้งเดียวหรือมีค่าใช้จ่ายรายปี, Backup อย่างไร, ทำ SEO ได้หรือไม่ และสามารถขยายเว็บไซต์ในอนาคตได้มากแค่ไหน

เพราะเว็บไซต์ราคา 999 บาทอาจตอบโจทย์คนที่ต้องการเว็บไซต์ง่าย ๆ ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันธุรกิจที่ต้องการสร้าง Traffic จาก Google และพัฒนาเว็บไซต์เป็นช่องทางการตลาดในระยะยาว อาจต้องการโครงสร้างที่แตกต่างออกไป

อย่าเลือกเว็บไซต์จากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว ให้เลือกจากสิ่งที่ธุรกิจของคุณต้องการในวันนี้ และสิ่งที่คุณอาจต้องการในอีก 1-3 ปีข้างหน้า

เพราะเว็บไซต์ที่ดี ไม่ใช่แค่เว็บไซต์ที่สร้างเสร็จเร็วที่สุด แต่คือเว็บไซต์ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณได้

ต้องการปรึกษาการทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ? สามารถส่งเว็บไซต์เดิมหรือรายละเอียดธุรกิจมาให้ทีมงาน SiamFocus ช่วยแนะนำแนวทางได้ที่ SiamFocus.com



มาเป็นเพื่อนกันครับ บนช่องทาง Social ด้านล่างนี้ครับ

--------------------------
► LINE@ : @siamfocus.com
► Facebook : fanpage.siamfocus
► Twitter (X) : siamfocus
► Linkedin : taam-siamfocus
► Instagram : iamtaam
► Youtube : SiAMFOCUS
► Tiktok : @taamsiamfocus
--------------------------

รับทำเว็บไซต์ สอนทำเว็บไซต์ รับดูแลเว็บไซต์

สายด่วนโทร 061-583-7888

บทความแนะนำ