Menu
10 สิ่งที่ต้องทำหลังสร้างเว็บไซต์เสร็จ

WebMaster Talk : 10 สิ่งที่ต้องทำหลังสร้างเว็บไซต์เสร็จ

10 สิ่งที่ต้องทำหลังสร้างเว็บไซต์เสร็จ เว็บไซต์ไม่ได้จบแค่ตอนเปิดใช้งาน

หลายคนเข้าใจว่า การทำเว็บไซต์ คือการออกแบบหน้าเว็บ ใส่ข้อมูล ใส่รูปภาพ แล้วนำเว็บไซต์ขึ้นออนไลน์ เมื่อเปิดเว็บไซต์ได้แล้วก็ถือว่า “เสร็จเรียบร้อย”

แต่ในความเป็นจริง เว็บไซต์ที่สร้างเสร็จ ไม่ได้หมายความว่างานจบ เพราะหลังจากเว็บไซต์เปิดใช้งานแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข้อมูล ตรวจสอบความปลอดภัย สำรองข้อมูล แก้ไขปัญหาทางเทคนิค ปรับปรุง SEO ตรวจสอบความเร็ว และติดตามพฤติกรรมของผู้เข้าชม

ดังนั้น หากคุณเป็น เจ้าของเว็บไซต์ Webmaster หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การสร้างเว็บไซต์ก็คือ การดูแลเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

บทความนี้สรุป 10 สิ่งที่ควรทำหลังจากสร้างเว็บไซต์เสร็จแล้ว เพื่อให้เว็บไซต์ยังคงทำงานได้ดี ปลอดภัย และสามารถพัฒนาต่อได้ในระยะยาว

1. ตรวจสอบเว็บไซต์ทุกหน้าให้เรียบร้อย

หลังจากเว็บไซต์เปิดใช้งาน สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจสอบเว็บไซต์ทั้งหมดอีกครั้ง

อย่าคิดว่าเว็บไซต์ที่ทีมพัฒนาส่งมอบให้แล้วจะไม่มีปัญหา เพราะเมื่อเว็บไซต์เปิดใช้งานจริง อาจพบปัญหาที่ไม่เห็นในช่วงพัฒนาได้

สิ่งที่ควรตรวจสอบ เช่น

  • หน้าแรก
  • หน้า About Us
  • หน้าบริการ
  • หน้าสินค้า
  • หน้าบทความ
  • หน้าติดต่อเรา
  • แบบฟอร์ม Contact Form
  • ปุ่มโทรศัพท์
  • ปุ่ม LINE
  • ลิงก์ภายในเว็บไซต์
  • ลิงก์ไปยัง Social Media
  • รูปภาพ
  • เมนูเว็บไซต์
  • Footer
  • Search ของเว็บไซต์
  • หน้า 404

ควรทดลองใช้งานเว็บไซต์เหมือนเป็นลูกค้าจริง ตั้งแต่เข้าหน้าแรกจนถึงการติดต่อบริษัท

เว็บไซต์สวยแต่ปุ่มติดต่อไม่ได้ ก็เหมือนร้านเปิดไฟสวย ๆ แต่ล็อกประตูไว้ครับ 😄

การตรวจสอบเว็บไซต์จึงเป็นส่วนหนึ่งของงาน ดูแลเว็บไซต์ ที่ไม่ควรมองข้าม

2. ตรวจสอบเว็บไซต์บนมือถือและ Tablet

ปัจจุบันผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าชมเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นหลังสร้างเว็บไซต์เสร็จควรตรวจสอบ Responsive Design ให้ละเอียด

ตัวอย่างสิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • ตัวหนังสืออ่านง่ายหรือไม่
  • เมนูเปิดใช้งานได้หรือไม่
  • รูปภาพล้นหน้าจอหรือไม่
  • ปุ่มกดง่ายหรือไม่
  • แบบฟอร์มแสดงผลถูกต้องหรือไม่
  • ตารางแสดงผลบนมือถือหรือไม่
  • Popup ปิดได้หรือไม่
  • Header และ Footer ไม่บังเนื้อหา
  • เว็บไซต์โหลดเร็วพอหรือไม่

เว็บไซต์ที่แสดงผลดีบนคอมพิวเตอร์ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานดีบนมือถือ ดังนั้น Webmaster ควรตรวจสอบเว็บไซต์บนอุปกรณ์หลายขนาดเป็นระยะ

3. ติดตั้งและตรวจสอบ Google Search Console

ถ้าคุณต้องการให้เว็บไซต์สร้าง Organic Traffic จาก Google สิ่งหนึ่งที่ควรทำหลังสร้างเว็บไซต์คือการเชื่อมต่อ Google Search Console

Google Search Console ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น

  • Google พบหน้าเว็บไซต์หรือไม่
  • หน้าใดถูกจัดทำดัชนีแล้ว
  • เว็บไซต์มีปัญหาในการจัดทำดัชนีหรือไม่
  • คนค้นหาเว็บไซต์ด้วย Keyword อะไร
  • เว็บไซต์ได้รับ Click จาก Google เท่าไร
  • Impression มีจำนวนเท่าไร
  • CTR เป็นอย่างไร
  • มีปัญหาเกี่ยวกับ Sitemap หรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับ Webmaster และคนทำ SEO

ไม่ควรทำ SEO แล้วปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูข้อมูล เพราะการทำ SEO ควรมีการวิเคราะห์และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

4. ตรวจสอบ Google Analytics และพฤติกรรมผู้เข้าชม

นอกจาก Google Search Console แล้ว ควรติดตั้งระบบ Analytics เพื่อดูว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์เข้ามาทำอะไร

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรติดตาม เช่น

  • จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
  • หน้าที่มีคนเข้าชมมากที่สุด
  • ช่องทางที่ผู้เข้าชมเข้ามา
  • Organic Search
  • Direct
  • Social Media
  • Referral
  • Google Ads
  • Conversion
  • การส่งแบบฟอร์ม
  • การคลิกเบอร์โทรศัพท์
  • การคลิก LINE

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าของธุรกิจตอบคำถามสำคัญได้ว่า

“เว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้นมา กำลังสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจจริงหรือไม่?”

เพราะการมี Traffic เยอะอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ถ้าคนเข้ามาแล้วไม่ติดต่อ ไม่ซื้อสินค้า และไม่กลายเป็นลูกค้า

5. สำรองข้อมูลเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ

เรื่องนี้สำคัญมาก แต่เจ้าของเว็บไซต์จำนวนไม่น้อยมักนึกถึงก็ต่อเมื่อเว็บไซต์พังแล้ว

การ Backup เว็บไซต์ ควรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดูแลเว็บไซต์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress หรือ CMS

ควรสำรองข้อมูลอย่างน้อย ได้แก่

  • Database
  • ไฟล์เว็บไซต์
  • รูปภาพ
  • Theme
  • Plugin
  • Configuration ที่สำคัญ
  • ไฟล์ Upload ต่าง ๆ

และไม่ควรเก็บ Backup เอาไว้ในเซิร์ฟเวอร์เดียวกับเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว

เพราะถ้า Server มีปัญหา แล้ว Backup อยู่ใน Server เดียวกันทั้งหมด ก็อาจกลายเป็นว่า

เว็บพัง + Backup หาย = งานเข้าแบบครบวงจร 😅

การ Backup ที่ดีควรมีแผนและกำหนดรอบอย่างชัดเจน เช่น รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ขึ้นอยู่กับความสำคัญและความถี่ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของเว็บไซต์

6. อัปเดต WordPress, Theme และ Plugin

สำหรับเว็บไซต์ WordPress เรื่องที่ Webmaster ต้องให้ความสำคัญคือการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ เช่น

  • WordPress Core
  • Theme
  • Plugin
  • PHP
  • ระบบรักษาความปลอดภัย
  • Library หรือ Script ที่เกี่ยวข้อง

แต่การกด Update ทุกอย่างพร้อมกันโดยไม่ตรวจสอบก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด

เพราะบางครั้ง Plugin หรือ Theme รุ่นใหม่อาจไม่เข้ากันกับระบบเดิม และทำให้เว็บไซต์เกิดปัญหาได้

แนวทางที่เหมาะสมคือ

Backup → ตรวจสอบ Compatibility → Update → ทดสอบเว็บไซต์

โดยเฉพาะเว็บไซต์ธุรกิจที่มีลูกค้าเข้ามาใช้งานตลอดเวลา ควรมีขั้นตอนการอัปเดตที่รัดกุม

7. ตรวจสอบความปลอดภัยของเว็บไซต์

เว็บไซต์ที่เปิดออนไลน์ตลอดเวลา ย่อมมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้ CMS หรือ WordPress ซึ่งมี Plugin และ Theme จำนวนมาก

สิ่งที่ควรตรวจสอบเป็นประจำ เช่น

  • Plugin ที่ไม่ได้ใช้งาน
  • Theme ที่ไม่ได้ใช้งาน
  • User ที่มีสิทธิ์ Administrator
  • รหัสผ่าน
  • Malware
  • ไฟล์ผิดปกติ
  • Login ที่ผิดปกติ
  • SSL / HTTPS
  • Firewall
  • Security Plugin
  • Server และ Hosting

หากเว็บไซต์ถูกแฮ็ก อาจเกิดผลกระทบมากกว่าการที่เว็บเปิดไม่ได้ เพราะอาจมีการฝังเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์ เปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ หรือใช้เว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ Spam

ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นส่วนสำคัญของการ ดูแลเว็บไซต์ ในระยะยาว

8. อัปเดตเนื้อหาและเพิ่มบทความใหม่

เว็บไซต์ที่สร้างเสร็จแล้วไม่ควรปล่อยให้ข้อมูลหยุดอยู่ที่วันเปิดเว็บไซต์

ข้อมูลบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลง เช่น

  • ราคา
  • โปรโมชั่น
  • สินค้า
  • บริการ
  • เบอร์โทรศัพท์
  • ที่อยู่
  • ทีมงาน
  • ผลงาน
  • ข่าวสาร
  • บทความ
  • FAQ

การอัปเดตเนื้อหาเป็นประจำยังช่วยให้เว็บไซต์สามารถพัฒนา Organic Traffic และรองรับ Keyword ใหม่ ๆ ได้

แต่การทำ Content ไม่ควรเน้นเพียงการผลิตบทความจำนวนมากเพื่อหวังอันดับ Google ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความถูกต้อง และประโยชน์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับเป็นหลัก

เขียนให้คนอ่านได้ประโยชน์ก่อน แล้วค่อยวาง SEO ให้เหมาะสม

9. ตรวจสอบ SEO และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

หลังจากเว็บไซต์เปิดใช้งานแล้ว งาน SEO ยังไม่จบ Webmaster ควรตรวจสอบเว็บไซต์เป็นระยะ

On-Page SEO

  • Title
  • Meta Description
  • Heading
  • URL
  • Internal Link
  • Image Alt
  • Structured Data
  • Canonical
  • Sitemap
  • Robots.txt

Technical SEO

  • Page Speed
  • Mobile Usability
  • 404 Error
  • Redirect
  • Broken Link
  • Indexing
  • HTTPS
  • Server Response
  • Core Web Vitals

Content SEO

  • Keyword
  • Search Intent
  • เนื้อหาซ้ำ
  • หน้าเนื้อหาบางเกินไป
  • หน้า Traffic ลดลง
  • Keyword ที่เริ่มมี Impression
  • หน้า Landing Page ที่ควรปรับปรุง

ดังนั้นการดูแลเว็บไซต์จึงควรเชื่อมโยงกับการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเมื่อเว็บไซต์เสียเท่านั้น

10. วิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง

ข้อสุดท้าย และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด คือ อย่าคิดว่าเว็บไซต์สร้างเสร็จแล้วจะทำงานแทนธุรกิจไปตลอด

เว็บไซต์ควรถูกพัฒนาไปพร้อมกับธุรกิจ

เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น เราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ได้ เช่น

  • หน้าไหนมีคนเข้ามากที่สุด?
  • Keyword ไหนกำลังเติบโต?
  • หน้าไหนมี Impression สูงแต่ CTR ต่ำ?
  • ลูกค้ากดปุ่มไหนมากที่สุด?
  • ลูกค้าออกจากหน้าไหน?
  • หน้าไหนสร้าง Lead ได้มากที่สุด?
  • หน้าไหนควรปรับ SEO?

เมื่อได้คำตอบแล้วจึงนำข้อมูลกลับมาปรับปรุงเว็บไซต์

นี่คือแนวคิดของ Website Maintenance + SEO + Data Analysis

ไม่ใช่แค่ถามว่า “เว็บยังเปิดอยู่หรือไม่”

แต่ต้องถามว่า

“เว็บไซต์กำลังทำงานให้ธุรกิจดีขึ้นหรือยัง?”

สรุป 10 สิ่งที่ต้องทำหลังสร้างเว็บไซต์

ลำดับ สิ่งที่ควรทำ
1 ตรวจสอบเว็บไซต์ทุกหน้า
2 ตรวจสอบ Responsive บนมือถือ
3 ติดตั้งและตรวจสอบ Google Search Console
4 ติดตั้งและตรวจสอบ Analytics
5 Backup เว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ
6 Update WordPress / Theme / Plugin
7 ตรวจสอบความปลอดภัย
8 อัปเดตข้อมูลและสร้าง Content
9 ตรวจสอบ SEO และ Technical SEO
10 วิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาเว็บไซต์ต่อเนื่อง

เว็บไซต์สร้างเสร็จแล้ว แต่ใครจะดูแล?

สำหรับเจ้าของธุรกิจ หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีเว็บไซต์ แต่คือ ไม่มีคนดูแลเว็บไซต์

เจ้าของธุรกิจต้องดูแลลูกค้า ดูแลทีมงาน ดูแลยอดขาย ทำการตลาด และดูแล Social Media สุดท้ายเว็บไซต์จึงถูกปล่อยทิ้งไว้เป็นเดือนหรือเป็นปี

จนวันหนึ่งอาจพบปัญหา เช่น

  • เว็บไซต์เข้าไม่ได้
  • Plugin มีปัญหา
  • ข้อมูลเก่า
  • SSL มีปัญหา
  • เว็บไซต์โหลดช้า
  • Google ไม่เก็บข้อมูลบางหน้า
  • อันดับ SEO ลดลง
  • เว็บไซต์ถูกโจมตีหรือถูกแฮ็ก

ดังนั้น หากธุรกิจของคุณมีเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่ไม่มี Webmaster ประจำ หรือไม่ต้องการจ้างพนักงานประจำเพื่อดูแลเว็บไซต์ การใช้บริการ รับดูแลเว็บไซต์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ต้องการคนดูแลเว็บไซต์ให้ธุรกิจของคุณ?

ถ้าคุณสร้างเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีเวลาหรือไม่มี Webmaster คอยดูแล

ติดต่อผมได้เลยครับ

ผมรับดูแลเว็บไซต์ ปรับปรุงเว็บไซต์ แก้ไขปัญหาเว็บไซต์ และให้คำปรึกษาด้านเว็บไซต์และ SEO โดยเน้นให้เว็บไซต์สามารถใช้งานและพัฒนาต่อได้จริง

👉 อ่านรายละเอียดบริการดูแลเว็บไซต์ได้ที่
https://www.siamfocus.com/consultant.php

เว็บไซต์ที่ดี ไม่ใช่แค่สร้างเสร็จแล้วเปิดใช้งาน แต่ต้องมีคนดูแล และพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะเว็บไซต์ที่ปล่อยทิ้งไว้ อาจยังเปิดได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า...มันกำลังทำงานให้ธุรกิจของคุณ


มาเป็นเพื่อนกันครับ บนช่องทาง Social ด้านล่างนี้ครับ

--------------------------
► LINE@ : @siamfocus.com
► Facebook : fanpage.siamfocus
► Twitter (X) : siamfocus
► Linkedin : taam-siamfocus
► Instagram : iamtaam
► Youtube : SiAMFOCUS
► Tiktok : @taamsiamfocus
--------------------------
บริการ เว็บไซต์ SEO AEO ครบวงจร

คุยกับผู้เชี่ยวชาญ

📞 061-583-7888
รับทำเว็บไซต์ • สอนทำเว็บไซต์ • ดูแลเว็บไซต์ • SEO • AEO

บทความแนะนำ